MaGiC-PeAm 的个人资料MaGiC-PeAm'space照片日志列表 工具 帮助

日志


12月12日

เที่ยวภาคเครื่อง

ต้นเดือน
มีงานรับน้องภาคไฟที่ระยอง
ไม่ไป
งอน
เสียใจ
มีใครบางคนมาว่า
เลยไปเกาะสีชังกะภาคเครื่อง
ชิว
มีความสุขมาก
นัดกันแปดโมงเช้ารถออกเกือบสิบเอ็ดโมง
ออกปุ๊บ drink
นั่งเรือประมง
เมาเรือ
เปนไฮเปอร์
น่ากัว
ไปถึง
มืดพอดี
อาหารอร่อยมาก
ทะเลล้วนๆ
อิ่ม
ชิว
เฮฮา
เข้านอน
ตื่นมาเล่นน้ำทะเล
น้ำใสกิ๊ง
น้ำนื่งมาก
ยังกะสระว่ายน้ำ
แต่เค็ม
กินข้าว
กว่าจะกลับ
แวะซื้อของฝาก
ถึงมอสองทุ่ม
 
 
ขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเปนทางการ
ลีโอ ยี่สิบลัง
แสงโสม
สปาย
โค้ก
โค้กซีโร่
เรือประมง
คนขับรถ
เกาะสีชัง
อาหารทะเล ปลาหมึกหวานๆ และอื่นๆอีกมากมาย
เพื่อนๆแครอท  กิ๊ฟ เมเจอร์ ปาม เสือ
ขอบคุณเพื่อนๆภาคเครื่องทุกคน
 
 
ดูวิธีใช้เกี่ยวกับส่วนนี้

โปรดปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์
9月30日

ลางร้าย

ห้ามใส่ชุดดำเยี่ยมคนป่วย 

ชุดสีดำเป็นสีที่คนโบราณถือนักถือหนาว่า เป็นสีแห่งความทุกข์โศก ใช้ใส่เฉพาะงานศพเท่านั้น 
หรือหากจะใช้แต่งกายสีดำ ก็ไม่ควรเป็นสีดำทั้งชุด ควรเป็นครึ่งท่องใส่ผสมกับสีอื่นๆ ชุดสีดำ 
จึงไม่นิยมใส่เข้าไปในงานมงคลต่างๆ เช่นงานวันเกิด งานแต่งงาน หรือแม้กระทั่งไป เยี่ยมผู้ป่วยก็เหมือนกัน 
เท่ากับว่า เป็นการแช่งหรือ เดาเหตุการณ์ล่วงหน้าให้ผู้ป่วยนั้นตายเร็วขึ้น ทำให้จิตใจผู้ป่วยหดหู่และหมด 
กำลีงใจ เกิดอาการทรุดลงได้ง่ายจึงไม่ให้ใช้สีดำ ควรเป็นสีที่สดใสและแสดง ใบหน้าที่สดชื่นอีกด้วย
 
จิ้งจกร้องทัก ห้ามออกจากบ้าน 

จิ้งจกในปัจจุบันหาพบได้ง่ายกว่าตุ๊กแก มักจะเกาะอยู่ตามฝาผนัง ของบ้าน โดยปกติทั่วๆ ไป 
เรามักจะไม่ค่อยได้ยินเสียงจิ้งจกร้องมากนัก จะเป็นเพราะมีจำนวนน้อย หรือบางบ้านไม่มีให้เห็นเสียแล้ว 
หรือไม่ค่อยมีเวลาอยู่ บ้านมากนัก จึงไม่ได้ยินเสียงของมัน ตามคำเชื่อของคนโบราณกล่าวว่า หากจิ้งจกร้อทัก 
จะกี่ครั้งก็ตาม ทว่าเสียงนั้นอยู่ด้านหลังหรือตรงศรีษะของคุณ ให้พยายามเลื่อนการเดินทาง เป็นเวลาอื่น
อาจจะเป็นภายในวันเดียวกันก็ได้ แต่ไม่ใช่เวลานั้น เพราะอาจทำให้ คุณได้รับอุบัติเหตุหรือไม่มีโชคลาภ 
แต่หากเสียงร้องทักอยู่ด้านหน้า หรือซ้าย มือ ให้เดินทางได้ จะทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย 
จะได้พบโชค ลาภ หรือติดต่อธุรกิจเป็นผลสำเร็จ
 
ตุ๊กแกร้องกลางวัน มีเหตุร้าย 

ตามปกติแล้วตุ๊กแกที่อาศัยอยู่ในบ้าน มักจะร้องตอนกลางคืน แต่ถ้าวันดีคืนดีเกิดร้องลางวันขึ้นมาไม่ว่าจะร้องกี่ครั้งก็ตาม ให้ถือว่า เป็นการบอกเหตุร้ายว่า กำลังจะเกิดขึ้นกับคนในครอบครัว หรือภายในบ้าน 
ซึ่งโดยปกติแล้วตุ๊กแกจะไม่ค่อยร้องในช่วยกลางวันอยู่แล้ว ( กลางวันในที่นี้หมายถึง ตั้งแต่เวลาเริ่มสว่างจนถึงมืดลง ) 
คนโบราณเชื่อว่าตุ๊กแกคือ ร่างที่วิญญาณของปู่ย่าตายายที่ตายไป แล้วมาอาศัยอยู่ 
คอยดูแลคุ้มครองเพื่อให้สัญญาณบอกเหตุแก่ลูกหลาน และจะไม่เคยเห็นตุ๊กแกทำร้ายใครเลย
 
นกแสกเกาะหลังคาบ้าน เกิดลางร้าย 

นกแซกเป็นนกที่ถือว่า ให้ความอัปมงคลเป็นอย่างยิ่ง ไม่แต่เฉพาะ คนไทยเท่านั้นที่ถือในเรื่องนี้
ฝรั่งเองก็ถือเคล็ดนี้เช่นกัน ก็เพราะโดยธรรมชาติ ของนกแซกมักจะไม่มาปะปนอยู่ตามที่อยู่อาศัยของคนให้เห็นนัก 
หากเมื่อใดมีนกแซกมาเกาะที่หลังคาบ้านใดแล้ว ก็มักจะมีอะไรไม่ดี แก่บ้านนั้น เช่น คนป่วยเอยคนเจ็บอยู่
ก็อาจเสียชีวิตก็ได้ จึงมักจะมีคนนิยมแก้
เคล็ดให้ร้ายกลายเป็นดี ด้วยการนำเอาดอกไม้ ธูปเทียน สุรา บอกเล่าก็เพียง พอแล้ว คนโบราณบางท่านที่เคร่งมากๆ 
ก็อาจเพิ่มด้วย ข้าวสาร ข้าวตอก ผ้าแดง ผ้าขาวและเงินทอง
 
นกถ่ายรดศรีษะ จะมีโชคคร้ายยย 

ปกติแล้วนกนี่มันก็บินไปทั่ว ถ้าไม่ใช่นกเลี้ยง จะชอบมาบินเกาะบน ท้องฟ้า ไม่ชอบมาอยู่กะคนเท่าไหร่และเมื่อใดที่คุณกำลังจะออกเดินทางแล้วจู่ๆ นกก็ถ่ายรดที่ศรีษะ คนโบราณว่าไว้ ให้หยุดการเดินทางทันที หรือเลื่อนกำหนดออกไปวันรุ่งขึ้น ไม่เช่นนั้น อาจได้รับอันตรายจากอุบัติเหตุได้ ในกรณีเดียวกัน หากอยู่ในบริเวณบ้าน 
นกบินมาถ่ายรดศีรษะซึ่ง
โอกาสจะมีน้อยมาก แต่หากเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ให้เตรียมตัวรับเหตุการณ์ได้เลย เพราะจะต้องมีเรื่องเดือดร้อนใจ
 หรือเกิดเหตุร้ายกะตัวเองแน่นอน ระวังเด้อ....
 
เมื่อตัวเงินตัวทองคลานเข้าบ้าน 

บ้านใดที่มีต้นไม้มากๆนั้น จะมีที่ที่ตัวเงินตัวทองมักจะปรากฎให้เห็น ตามที่ดังกล่าว มักจะไม่คลานในที่โล่งแจ้ง 
และก็หาแหล่งที่มาไม่พบอีกด้วยว่ามา จากที่ใด เพราะในหมู่บ้านกลางเมืองก็ยังมีปรากฎให้เห็นบ้าง 
ลักษณะตัวเงินตัวทอง บางคนว่าคล้ายจระเข้ แต่มีหางยาวมาก มีขนาดตั้งแต่ตัวเล็กๆ เท่าจิ้งเหลนจนไปถึงตัวโดมากๆ
เท่ากับลูกจระเข้เลยทีเดียว
ปกติตัวเงินตัวทองนี้จะไม่ทำร้ายใคร แต่คนโบราณท่านว่าเป็นตัว อัปมงคลอยู่ดี จึงมีชื่อเรียกเสียเพราะแก้เคล็ด 
หากบ้านใดมีเข้ามาให้เห็น ท่านว่าให้พูดแต่สิ่งดีๆ ไม่ให้ไล่ บางท่านก็ให้หาดอกไม้ธูปเทียนจุดบอกเล่า 
ให้กลายเป็นการนำเอาสิ่งดีๆ เข้ามาในบ้าน
 

กลางคืนได้ยินเสียงร้องเรียก ห้ามขานรับ 

สำหรับบ้านในสมัยโบราณ ที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้สะดวกเหมือนในปัจจุบัน ค่ำลงต่างคนก็ต่างดับตะเกียงปิดฟงปิดไฟกันเลย
 คนโบราณจึงว่าว่า หากปิดบง ปิดบ้านแล้วมีเสียงคนมาร้องเรียก ให้เงียบเสีย เพราะนั่นเป็นเสียงของดวงวิญญาณ 
อาจจะมาหลอกมาหลอนก็เป็นได้
แต่หากมองกันให้ลึกลงไปอีก อาจเป็นการป้องกันขโมยมาเข้าบ้านใน ยามวิกาลก็เป็นได้ 
เพราะขโมยอาจมาหลายรูปแบบ บางคนก็ว่า หากมีเสียงเรียก
แล้วยังขานรับ จะทำให้วิญญาณนั้นเข้ามาหรือเข้ามาในบ้านได้
 
เลขนั้นสำคัญฉะไหน 

เลขต่างๆ ตั้งแต่ 1 - 10 หรือแม้กระทั่งเลขเกิน 10 ก็ตามมีความเชื่อ ไปต่างๆกัน บ้างก็เหมือนกันแล้วแต่ความถูกโฉลกของแต่ละบุคคล นั่นเป็นความ เชื่อ เช่น บางคนไม่ชอบเลข 13 เพราะถือเป็นเลขของความโชคร้ายของฝรั่ง 
ซึ่งจะสังเกตว่าตามตึกใหญ่สูงๆ ภายในลิฟต์จะไม่มีชั้น 13 เนื่องจากคนก่อสร้างหรือ สถาปนิกเป็นฝรั่ง >
 

ผมหยิก หน้าก้อ คอต่อ คิ้วสั้น คบไม่ได้เด้อ 

คำกล่าวนี้ได้ยินมาน๊านนน นาน... .ซึ่งหากดูให้ครบลักษณะที่กล่าวมาก คนใดที่มีลักษณะผมหยิกๆ หน้าสั้นๆ หักๆ 
คอหาแทบไม่เจอ จะด้วยเพราะอ้วนหรือ
เหตุใดก็ตาม ประกอบกับมีคิ้วก็สั้นๆ รวมดูแล้ว ไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตามอย่าดูแค่รูปกายภายนอก 
ให้ศึกษานิสัยใจคอด้วยจ๊ะ
 
ไทยเล็ก เจ็กดำ คบบ่ได้ จิงหรือ? 

โบราณท่านว่าไว้ว่า คนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้คบยากเหลือเกิน หากเป็น คนไทยก็ต้องตัวไม่เล็กแคระแกรน 
เนื่องจากคนไทยในสมัยโบราณตัวใหญ่ทั้งผู้
หญิงและผู้ชาย หาคนตัวเล็กมีน้อยมาก และถ้าเป็นคนจีนก็ต้องตัวไม่ดำ "ไทยเล็ก เจ็กดำ" 
จึงติดปากมาจนทุกวันนี้ แต่หากจะพิจารณากันให้
ถ่องแท้ คงจะต้องดูที่นิสัยรวมไปด้วย นั่นเป็นเพียงแต่การสันนิษฐานเบื้องต้นให้ ได้ยินเท่านั้น ก็ลองใช้ดุลพินิจดูว่า 
จะเป็นจริงตามที่ท่านกล่าวมาไว้หรือไม่ ทั้งนี้
คำกล่าวที่ว่า ไม่ได้รวมหมายถึง การงานของเขาเหล่านั้น ท่านหมายแต่เพียงว่า มักจะมีนิสัยออกไปทางคนโกงเจ้าเล่ห์เพทุบาย เอาเปรียบประมาณนั้น
คนหลายเสียงคบไม่ได้ คนทั่วไปตามปกติแล้ว หากไม่มีเสียงธรรมดาแล้ว ก็อาจจะมีเสียง แหลมเล็ก 
หรือทุ้มใหญ่ไปเลย คนโบราณกล่าวไว้ว่า หากคนใดมีหลายเสียงในขณะ
ที่พูดคุยตามปกตินั้น เป็นคนคบยาก เพราะเท่ากับว่า หาความแน่นอนอะไรไม่ได้ แม้แต่เสียงของตัวเองยังบังคับ
ให้อยู่ในระดับเดียวกันไม่ได้เลย ขณะพูดคุย
เดี๋ยวทำเสียงสูง เสียงต่ำ เสียงใหญ่ เสียงเล็กไปเรื่อย แต่คนในลักษณะนี้หายาก และในเมื่อหายาก 
ก็ดูจะยิ่งเพิ่มความขลังให้ ความเชื่อนี้แม่นยิ่งขึ้นไปอีก ถ้าเจอก็ให้ห่างๆ ไว้เป็นดี
 
คนหัวล้านมักเจ้าชู้และเจ้าเล่ห์ 

คำกล่าวนี้ได้ต้นแบบมาจากขุนช้างในวรรณคดีนั่นเอง ขุนช้างเป็นคน เจ้าชู้ ชอบหญิงสาวที่มีรูปงาม จุดเด่นของเรื่อง
ในวรรณคดี มีการแย่งหญิงสาวอันเป็นคนรักของขุนแผน โดนขุนช้างใช้เล่ห์ทุกวิถีทาง เพื่อหลอกให้คนรักของขุนแผน 
มาอยู่กับตน จึงถูกมองว่า ผู้ที่มีลักษณะเช่นเดียวกับขุนช้างคือ หัวล้าน มีรูปร่างอ้วน ท้วม ขาวนั้น จะต้องมีนิสัย
เช่นเดียวกับขุนช้างเสมอไปแต่ขุนช้างก็เป็นคนร่ำรวยมาก ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่แปลกว่า คนหัวล้านก็มักจะรวยเสียทุกคนเหมือนขุนช้างอีกด้วยซิ
ชมีปาน แสดงว่าเคยเกิดมาแล้ว
เด็กทารกคนใดที่เกิดมาแล้วมีปานหรือเรียกว่า มีตำหนิ ในส่วนใดส่วน หนึ่งของร่างกาย คนโบราณถือว่า 
ได้เกิดมาแล้วชาติหนึ่ง และถูกป้ายด้วยของ ทำ
เป็นตำหนิเอาไว้ หากเป็นปานแดง ก็เชื่อกันว่า ถูกป้ายด้วยปูนแดงและหากเป็นปานดำ ก็เชื่อกันว่า 
ถูกป้ายด้วยถ่านเพราะถ้าหากมีบุญจริง อาจจะพบกันชาติหน้าและจำกันได้
โดยให้สังเกตจากตำหนิ แต่ในหลักความเป็นจริงแล้ว การเกิดปานไม่ว่าจะมีสีใดก็ตาม เป็นเพราะ 
ผิวหนังผิดปกตินั่นเอง
 
ห้ามปลูกต้นไม้ที่วัดปลูก 

เชื่อกันว่า ต้นไม้ที่ขึ้นตามวัดหรือนำไปปลูกที่วัด เป็นของสูงและสมควรอยู่ ในวัดเท่านั้น ไม่ควรนำมาปลูกที่บ้าน 
จะทำให้บ้านนั้นตกอับ ไม่เจริญ เท่ากับเอาของสูง
มาวางไม่ถูกที่ หากเกิดขึ้นเองโดยที่ไม่ได้นำมาปลูก ก็ให้ถอนออกเสีย หากจะให้ดี ก็ให้ นำไปไว้ที่วัดเสีย 
ต้นไม้ดังกล่าวอันได้แก่ ต้นโพธิ์ ต้นหวาย ต้นโมกข์ ต้นไทร ต้นนนทรีย์ ต้น ตะเคียน เป็นต้น แต่ทั้งนี้จะรวมถึงต้นไม้
ที่ไม่เป็นสิริมงคลดวย เช่นต้นโศก ต้นระกำ ต้นยาง ที่มักนำมาทำโรงศพ ต้นสำโรงที่ดอกมีกลิ่นเหม็น 
ซึ่งเหล่านี้ดูไม่เป็นสิริมงคล จึงไม่นิยม นำมาปลูกในบริเวณบ้านกัน 

ห้ามตัดผมวันพุธ 

วันพุธห้ามตัดผม เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ห้ามกันนักห้ามกันหนาเชื่อกันว่า ตัดผม วันพุทธจะทำให้เกิดอัปมงคล
กับชีวิตทีเดียว จะเห็นได้ว่า ร้านตัดผมมักจะปิดร้านในวัน
พุธกัน บ้างก็อ้างว่า ตัดผมในวันพุธหัวกุดท้ายเน่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ก็ควรเชื่อเสียบ้าง
 ตัดในวันรุ่งขึ้นก็คงไม่นานเกินรอไป ได้ และก็ยังไม่ได้ยินเช่นกันว่า นิยมตัดผมกันในวันพุธ
 
ตาเขม่น 

ฮิต ฮิต ฮิต เรื่องตาเขม่นตามความเป็นจริงแล้ว เขม่นได้หลายส่วนของ ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นริมฝีปาก แขน ขา 
หรือแม้กระทั่งตา ดังนั้นการเขม่นตาจะแบ่งออก
เป็น 3 ช่วงคือ หากเขม่นตาในช่วงเช้า - บ่าย คนโบราณกล่าวไว้ว่า หากเป็นข้างขวาจะมีโชค ลาภ ได้รับข่าวดี 
เรียกว่า จะสมหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่คอย และหากเขม่นที่ตาซ้าย ท่านว่าจะมีเคราะห์ โชคร้ายผิดหวังเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน เช่น มีการทะเลาะกัน เกิดขึ้น หรือจะต้องสูญเสียของรักบางอย่างไป ถ้าเขม่นตาไม่ว่าจะเป็นข้างซ้าย
หรือข้างขวา ในช่วงเวลาเย็นถือว่ามีโชคมีลาภ จะได้พบญาติสนิทมิตรรักเดินทางมาหา แต่ถ้าเป็นในช่วงกลางคืน
 การเขม่นตาขวาจะได้ดี จะมีเคราะห์มีเหตุร้ายเกิด ขึ้น ตรงกันข้าม ถ้าหากเขม่นตาซ้ายจะมีโชคลาภจากเพื่อน 
จะสมหวังสิ่งที่รอคอย เรียกว่า ขวาร้าย-ซ้ายดี การเขม่นตานี้ เชื่อกันว่า เป็นลางบอกเหตุที่แม่นยำมาก 
ท่านให้ถือเวลาที่จะเกิด เหตุไม่ดีและร้ายภายใน 3 วันอย่างแน่นอน
 
เมื่อสัตว์ป่านเข้าบ้าน 

เรื่องของสัตว์ป่านั้น ตามธรรมชาติแล้วสัตว์ป่าก็ควรที่จะอยู่ตามป่าตามเขาจึง จะถูกต้อง แต่หากเมื่อใดสัตว์เหล่านี้
เป็นต้นว่า งูต่างๆ ชนิด หรือแม้กระทั่งเต่า คำโบราณ
ถือนักว่า ผิดธรรมชาติและหากจะให้สัตว์จำพวกนี้อยู่ในบ้านก็คงอยู่ไม่ได้ ถือว่านำความ อัปมงคลมาสู่ครัวเรือน 
ท่านให้แก้เคล็ดด้วยการ จุดธูปเทียน ดอกไม้บอกเล่าและเชิญให้
ออกจากบ้าน พร้อมกับขอพรให้นำพาสิ่งดีงามมาให้ สัตว์ป่าที่เข้าบ้านนี้ ตามคำโบราณยังถือรายละเอียดอีกมากมาย
เกี่ยวกับว่า มา ทิศใดจะนำอะไรมาให้ ยกเว้น หากเป็นทางทิศตะวันตกและทิศเหนือจะได้รับโชคลาภ 
แต่ก็นั่นแหละตอนที่สัตว์ป่าเหล่านี้คลานมาคงไม่มีใครรู้
2月7日

เคยมั๊ย

เคยมั๊ย
 
บางครั้งมีความสุขสุดๆ เพราะหลายๆเรื่อง แต่ก้อบอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร
เค้าว่ากันว่า คนเราอยู่ได้เพราะความเพ้อฝัน
มันก็คงจะจริงอย่างที่เค้าว่ากัน
การได้หลงรักใครสักคน เพียงฝ่ายเดียว ก้อมีความสุขได้
โดยที่ไม่ต้องสนใจ ว่าเค้าจะรักกลับมารึเปล่า
เพียงแค่แอบมองอยู่ห่างๆ
แต่มันก็เป็นแค่เพียงโลกแห่งความเพ้อฝัน
 
 
 
บางครั้ง เศร้าสุดๆ โดยเฉพาะตอนนี้ ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้น
นั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ฟังเพลงไปด้วย โอ๊ย ทำไมมันโคตรเศร้าจัง
น้ำตาเกือบไหลออกมา
ไม่เกือบแล้ว มันไหลไปแล้ว
ไม่เข้าใจเหมอืนกัน อาจจะsensitiveเกินไป
 
บางครั้งคิดถึงสุดๆ ก็คิดถึงชิงอะริงอะแหล่ะ
ไปดูfinal scoreมา เนื้อเรื่องก้อเรียบๆง่ายๆ
แต่มันก็ทำให้หวนคิดถึงอดีตขึ้นมา
ทำไมชีวิตมอปลายมันผ่านไปเร็วจัง
อยากไปไหนมาไหนด้วยกัน
อยากอยู่ใกล้ๆกัน ทั้งๆที่ไม่พูดอะไรกัน ก้อมีคความสุขได้
ทั้งๆที่เลิกเรียน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวด้วยกัน
นอกจากไปเรียนพิเศษด้วยกัน แล้วก้อเกิดสมาคมผู้ปกครองชาวชิง
ต่างคนต่างมีผู้ปกครองมารับ  จนมีแต่คนว่า ชิงอะริงเป็นพวกคุณหนู
ยังจำกันได้มั๊ย ตอนเปิดเทอม ซัมเมอร์มอสี่ เราต่างคนต่างมาจากมอสามคนละห้อง
ยังจำได้มั๊ย จู่ๆ ก้อมีแก๊งค์ชิงอะริง ยักษ์ใหญ่ แห่งห้องสอง เกิดขึ้นเป็นกลุ่มแรก
มีเอาปลามาเลี้ยง แล้วก้อตั้งชื่อ ตามสมาชิกชิง
เวลามันผ่านไปรวดเร็วจัง
ทำไมเวลากลับไปแต่ละที พวกแกไม่ค่อยจะว่างกันเลยวะ
อยากเจอนะเว่ย อยากไปไหนมาไหนด้วยกัน
ยังจำได้มั๊ย ว่าเราถ่ายรูปด้วยกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ ที่ไหน
จำได้มั๊ย ที่เราไปนอนโรงเรียนตอนจะสอบโควต้ากัน
จำได้มั๊ยที่เราไปสอบเอนท์กัน
 
ไอ้นัด
จำได้ป่ะ ที่ชวนเราไปอาบน้ามที่สระว่ายน้ำตอนเช้าที่หนาวโคตรๆ
จำได้ป่ะ ที่ให้คนนั้นคนนี้โทรเข้ามือถือ ให้เค้าได้คุยกะเรา
จำได้ป่ะ ที่ทำให้เราได้รู้จักพี่เบส
จำได้ป่ะ ที่ใช้มือถือ เสียงเดียวกะเรา
 
อ๊อบ
จำได้ป่ะ ที่คุยกะพี่ต้อมแทนเรา
จำได้ป่ะ ที่มานอนบ้านเรา
จำได้ป่ะ ที่ต้องมาจับฉลากที่นั่ง แล้วย้ายที่นั่งไปด้วยกันตลอด
จำได้ป่ะ เราสนิทกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่
จำได้ป่ะ ที่เราไปเป็นเพนกวินกะแมวน้ำ
จำได้ป่ะ ที่ไปบอกทั้งห้องว่าเราไส้แตก
 
วิลา
จำได้ป่ะ ว่าเปนพี่เรา 1วัน
จำได้ป่ะ แม่เราชื่อเหมือนกัน
จำได้ป่ะ การ์ตูน คืนดะอิจิ อยู่บ้านแกหมดเลย PS อยากได้คืน
จำได้ป่ะ ที่พ่อเราไปส่งที่บ้าน
 
กวาง
จำได้ป่ะ ว่าต้องมาส่งเรากลับบ้านตลอด
จำได้ป่ะ ที่เราไปทำงานแล้วเราก้อไปเล่นเกมเต้นแทน
จำได้ป่ะ ว่าเราจ้างครูเป็ดมาสอนที่บ้าน
จำได้ป่ะ ที่เราบอกว่าเราจะตามมาเรียน สุดท้าย เราก้ออยู่มอเดียวกัน แต่ทำไมมันดูห่างเหินกันจัง
 
ดิว
จำได้ป่ะ ที่มาคุยกะเราเรื่องเอนท์
จำได้ป่ะ ที่ให้เราเป็นแม่สื่อให้
จำได้ป่ะ ที่เราบอกว่าเราอยากย้ายโรงเรียน
จำได้ป่ะ ที่ไปเที่ยวกะเราตอนเป้มาหา
 
อิม
จำได้ป่ะ ที่เรางอนกัน แล้วไม่มีใครยอมพูดกันก่อน
จำได้ป่ะ ที่เราไปเรียนที่นั่นที่นี่ด้วยกัน
 
กอล์ฟ
จำได้ป่ะ ที่มานอนห้องเราเกือบทุกคืน
จำได้ป่ะ ที่เรารอกินข้าวด้วยกันทุกวัน ทั้งๆที่อยู่คนละคณะกัน
 
พี่พูน
จำได้ป่ะ ที่เราไปนอนบ้านก่อนsportday
จำได้ป่ะ ที่เราไปทำกะหรี่ปั๊บกันที่บ้าน
 
แมรี่
จำได้ป่ะ ที่พวกเรายุให้เป็นแฟนนนท์
 
เตย ไอ่เตย เอ่เอ๊ 
ไม่ค่อยได้เจอซักเท่าไร แต่ก้อคิดถึง
 
บางครั้ง ก้ออยากย้อนอดีตไปได้ อยากหวนกลับไปสู่ช่วงเวลาดีๆ
มันเป็นช่วงเวลาแห่งความทรงจำ
แต่พอต่างคนต่างเข้ามหาวิทยาลัย ต่างมีเวลาให้กันน้อยลง
ครั้งสุดท้ายที่เรานัดมาเจอกัน
แต่ก้อมาไม่ครบอยู่ดี
แอบน้อยใจนิดหน่อย แต่ก้อไม่เป็นไร
วันนั้น เราไม่อยากจะกลับบ้านหรอก
วันนั้น ขับรถไปส่งวิลา  ไปถึง วิลาก้อไม่ยอมลงรถ มัวแต่นั่งคุยกัน
ช่วงเวลาดีๆ มันมักจะผ่านไปรวดเรวเน๊อะ
 
จำได้ป่ะ ที่วันสุดท้ายของมอ6 ที่เค้ามีกินเลี้ยงกัน แล้วเราก้อร้องไห้กันทั้งห้อง
วันนั้นเราไม่อยากจะกลับ ปลายอให้พ่อ รออยู่ในรถเกือบสองชั่วโมง
ได้แต่ยืนร้องไห้ แล้วก้อร้องเพลงส่งเพื่อนทีละคน ทีละคน จนเหลือไม่ถึง10คน
 
 
ชิงอะริงจ๋า  ฉันอยากบอกว่า ฉันเฝ้าฉันฝัน ฉันเพ้อถึงเธอ เธอเป็นดวงใจ ของฉันเสมอ 
 
************จิราวิชญ์  สุวรรณ์         วิศวกรรมศาสตร์ มหาวิยาลัยธรรมศาสตร์*****************
************วศรา  วังตาล           ทันตแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่*****************
************วิลาสินี ไทยประสานทรัพย์      วิทยาศาสตร์   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***************
************ชาลญาณี จึงสุวดีวิ  วิทยาศาสตร์      สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสินินธร*************
************ธนิษฐา  ขจรบุญ     บริหารธุรกิจ   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่**********************
************วรินศิริ พรมรักษ์     เภสัชศาสตร์   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่**********************
************ศศินภา  ประทัปกุลวงศ์  ทันตแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่****************
************ณัฐณิชา  คำมงคล  สัตวแพทย์ศาสตร์   มหาวิทยาลัยเชียงใหม่*******************
************วรรณิภา พิพัฒน์สมุทร  อุตสาหกรรม   มหาวิยาลัยเชียงใหม่*********************
************รวิภา     สิทธิวางค์กูล      วิทยาศาสตร์ มหาวิยาลัยเชียงใหม่********************
************พูนศิริ   พระทอง  อุตสาหกรรม  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***********************
************วราพร    ศรีทองอินทร์   เทคนิกการแพทย์ มหาวิยาลัยเชียงใหม่******************
************เป็นหญิง  โรจนกุล   วิยาศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***********************
 
 
วันจันทร์ฉันคอยอยู่ วันอังคารก็คอยดู  ดู ดู ว่าเธอเป็นไง พุธเธอก็ไม่มา เช้าสายก็ไม่มี พฤหัสว่างเปล่า
ศุกร์หรือเสาร์หรือว่าอาทิตย์ ไม่มีวันไหนไม่คิดถึง ไม่มีวันไหนที่เธอจะย้อนมาสู้วันเก่าๆของเรา
วันที่ฉันเจอเธอ วันที่ได้ใกล้กัน วันที่เราจูงมือ วันที่ฉันรักเธอ วันที่ฉันพูดไป วันที่เธอลับตา
อีกนานไหมฉันก้อไม่รู้ อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี
กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่ดี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
มกราก้อยาวนาน กุมภาก็เลือนลาง มีนาก้อยังเลื่อนลอย เมษาก้อร้อนรน พฤษภากเอทุกทน มิถุนาว่างเปล่า
อีกนานไหมฉันก้อไม่รู้ อีกกี่เดือนหรือจะอีกปี
กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่ดี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
อีกนานไหมฉันก้อไม่รู้
กี่หมื่นพันล้านความทรงจำที่ดี ไม่เคยไม่คิดถึงเธอ
 
 
 
 
 
1月1日

ปีเก่าปีใหม่

ปีเก่ากะปีใหม่
ก้อ 29ธันวา ยังเปนวันสอบวันสุดท้ายของปี2006
สอยsignal  ข้อสอบเปนภาษาอังกิด ซะงั้นหน่ะ
ก้อทำไปเรื่อย แล้วออกห้องสอบเปนคนที่สอง
แหน่ะ เรวจัด

เอาเปนว่าเยนวันนั้น ก้อทำทีมโดนคุณต๊อกภาคไฟ
ไปsweetduck จองโต๊ะไป20 มานั่งอยู่5คน
ไอ้5คนที่ว่านั่นแหน่ะ เรา คุณทราย คุณแอร์ คุณต๊อก คุณนอส
หลังจากนั้น บุ๊คกะนัดเทพก็มาแจม
ไก่กะเคนก้อมาแจม
ซาหรุปแล้วก้อคนเยอะมากมาย
จู่ๆนัดเทพก้อมาบอวก่า เนี่ย ถ้าให้ออกจากร้านก้อคือออกนะ
ระเราก้อไปห้องน้ำกันกะต๊อกกะแอร์
พอออกมา ทั้งร้านเปิดไฟ ตำรวจมา
หันไปมองที่โต๊ะ อ่าวเฮ๊ย ไอ่พวกนี้หายเกลี้ยง
ออกมายืนคุยกันข้างนอก อ่าว ทรายอวก ซะงั้นหน่ะ
ระก้อมีคนบอกว่า ไก่โดนจับ ขึ้นรถตำรวจไปแล้ว
ข้อหาสูบบุหรี่ในฟับ
ระก้อมีเพื่อนของรุ่นน้องอีกคน
โหยๆๆ
เท่ซะไม่มีอ่ะ นั่งรถตำรวจด้วย ชีวิตนี้ไม่เค๊ยไม่เคย
เจรจายังไง คุณตำรวจก้อไม่ยอม ต้องเอาน้องไก่ของเราไปสถานีให้ได้
ระคุณไก่มีตางซะที่ไหนหล่ะนั่น ไล่ขอยืมไปทั่ว
ขณะที่พวกเราออกมากันนั้น ยอมทิ้งตางไว้ในร้านเกือบพันอ่ะ
หลังจาก คุณตำรวจเอาตัวน้องไก่ไป พวกเราก้อกลับเข้าไปในร้านอีก
หายใน15mins redคึ่งขวดก้อหมดไป
ระก้อออกมา ร้านแม่งปิดเรวเกิ๊น
ตางเหลือ ทำไงดีหล่ะ Let's go to karaoke
เพลงแรก ขอประเดิมเลย stay ของปาล์มมี่
โอ้ว แม่ เจ้า นั่นใช่stayที่เคยร้องเหรอเนี่ย
เพลงไม่เปนเพลง ยังกะท่องอาขยาน  ทำนอง ไม่เหลือแล้ว
ร้องไปหัวเราะไป เฮฮา บ้าบอ จากที่เคยร้องเพลงนี้เพราะที่สุดแล้ว
stay in my mind กลายเปนฮาร์ทคอ
เพลงที่เหบือก้อร้องไปเรื่อย เริ่มจะหายบ้าๆบอๆระ
ร้องไปร้องมา อ่าว พ่อคุณไก่ เอาลูกชายมาส่งระ หมดไป500บิ
ไปต่อก้ำกึ่ง ไหนๆก้อเลยเที่ยงคืนมาระ
อ่าว พอเข้าไปถึงปุ๊บ ไฟเปิด  อารายว๊า คนพึ่งเข้าไป ยังไม่ทันนั่ง
ออกมา อยู่ข้างล่าง  นั่นไก่ พ่อคุณไก่มาอีกแล้วคับพี่น้อง
ก้อเลย ดูสถานการร์นิดนึง ระก้อเดินไป u house ไปเซเว่น
นี่ไปโคตรนานระนะ  แล้วกลับมาที่ก้ำกึ่ง
 กำลังจะขึ้นไปอีก อ่าว พ่อไก่มารอบสาม
 อยู่ดีๆก้อมีชายฉกรรจ์รูปไม่งาม คนนึง เดินมาคุยด้วย
กล้าคุยมา ก้อกล้าคุยไปอ่ะดิ กัวไร ก้อแค่ผู้ชาย
คราวนี้อ่ะ โดนไล่ให้กลับกัน โอ๊ะ กล้าไล่เหรอ รู้ป่าว กูลูกไค
คราวนี้ รู้จักกะเพื่อนในคณะที่ไม่เคยนรู้จักอีกหลายคนเลย
และแล้ว ก้อไปตายรังที่ห้องนัดเทพ
ทรายก้อเล่นเนตไป เราก้อนอนเล่น คุยโทรศัพท์มั่ง
นัดเทพ ที่ห้องมีโซดา กะน้ำแดง
 วันนั้นเลยได้กิน น้ำแดงโซดาแบบไม่มีมะนาว
ปกติต้องเปน แดง มะนาว โซดา  อาหร่อยโคตร no alcohol
ระพวกนที่เหลือก้อเล่นไพ่ไป พอดีไม่ชอบเล่น 
แว๊บๆก้อไปเล่นออดิชั่น
รู้จักกะพี่ในคณะคนนึง เปนพี่โรงเรียนนัดเทพ
ทำงานแล้ว แต่ยังเรียนแคล2อยู่
โคตรเก๋าเลยเพ่
ตอนนั้นคนอยู่ในห้องเปนสิบล้านคน ห้องเล็ก อยู่กันได้ไงก้อไม่รู้
พอคนเริ่มกลับกัน ก้อเหลือพวกเซตแรก
อยู่จนถึงเช้า
ก้อกลับห้องมานอนหลับ เฮฮา และฮาเฮมาก มาถึง อาบน้าม นอน

ตื่นมา  1วันและก้อผ่านไปอีก1วัน
และแร้วก้อ31 ธันวา
ตอนแรกว่าจะไปเดทกะกวางสองต่อสอง
แต่ ชวนแพนไปเปนบอดี้การ์ดด้วย
เริ่มเดินทางจากมอทำมาสาดด้วยรถตู้ ไปถึงอนุสาวรีย์
ระก้อนั่งsky trainไปที่สยาม
จากนั้นก้อเดินไปศูนย์หนังสือจุฬา ให้แพนไปซื้อdynamics
ระก้อมาdinnerกะแพนที่pizza hut
แบบว่ามับัตรลดพิซซ่าฮัท 20 %
เนี่ยไปกะแพนสองต่อสองเลยน๊า
กินๆกัน สั่งมาเยอะมากมาย
สั่งพิซซ่าถาดกลางขอบชีส  เรากินไปแค่ชิ้นเดียวเอง โคตรอิ่มเหอะ
ที่เหลือแพนกินเรียบ ระก้อสั่ง ชัสสติ๊ก ระก้อไก่นัลออลีน
กินๆกันไป ก้อมีพนักงานเอาคุ้กกี้บิสกิตไรนี่แหล่ะมาให้กล่องนึง
ประมาณว่าของขวญปีใหม่ว่างั้นเหอะ
โชคดีนะ ลดราคาระยังได้ของกลับไปด้วย
อิ่มโคตรๆๆๆๆ
ไปเดินพาราก้อนกันต่อ
ระก้อโทรหากวาง กวางบอกว่า กวางจะมาซักสองสามทุ่ม เราก้อนั่งเล่นแถวนั้น
 ณ บัด นั้น เอง ท่านแม่โทรมาด้วยเสียงดคตรตื่นเต้น ลูกอยู่ไหน อยู่กะไค
มีข่าวระเบิดนะ รู้เรื่องป่ะเนี่ย ท่อนุสาวรียร์กะ ..... เยอะแยะมากมาย
ซักพัก ก้อโทรมา updatedข่าวเรื่อยๆ
ท่านแม่บอก กลับเฮ๊อะ ลูก กลับเฮ๊อะ มะต้องไปแล้ว 
ซักพัก วีก้อโทรมามั่ง ด้วยความเปนห่วง
ก้อเลยบอกวีว่า แจงก้อจะไปcentral world
วีก้อคงโทรหาแจงแหล่ะเน๊อะ
เอาไงดีหล่ะ ทีนี้ กัวก้อกัวนะเนี่ย paragonจาโดนเข้าไปตอนไหนมั่งก้อมะรู้
ซักพักโทรมาแล้ว กวางนี่เอง ก้อว่าใคร บอก มะไประ
จัดสินใจทันทีกะแพนสองคน ไปบ้านบุ๊คระกาน
โทรไปชวนต๊อกกะนัด
นี่เจ้าของบ้านยังไม่ทันจะรู้เรื่องเลยนะเนี่ย
และแล้วก้อถ่ายรูปกะแพนสองคน ในนั้นอ่ะแลห่ะ บรรยากาศสวยงามมากมาย
ระก้อนั่งรถไฟฟ้าไปกาต๊อกที่จตุจักร โห คนโคตรเยอะเหอะ
พอถึงจตุจักร ทหารยถือปึนแบกปูนไปโบกตึก  เอ๊ย มะช่ายระ
ทหารถือปินเต็มเลยอ่ะ ณ ตอนนั้นเอง ก้อมีเสยงประชาสัมพันมา
ประมาณว่า ถ้าท่านพบเหนวัตถุต้องสงสัยให้รับแจ้งเจาหน้าที่
ถ้าท่านมีสัมภาระน่าสงสัย ท่าจะต้องเสียเวลาค้นตัว
ขอให้ความร่วมมือ พร้อมกะขออภัยในความไม่สะดวกมาณ ตีงนี้ด้วย
แต่ ดกท๊ะ นั่นเสยงประชาสัมพันเร๊อะนั่น
เสียงยังกะเค้าก่อปฏิวัติอ่ะ เสียงแบบก่อม๊อบ เลย
จากนั้นลงมาข้างลก รอต๊อกมารับตรงบันได้นรถไฟฟ้า
ระก้อนั่งรถตํอกไป ไปบ้านบุ๊ค
คราวนี้อ่ะ มาถึงทางเข้ามู่บ้านระ ด้วยความที่ขับรถซิ่ง
อ่าว เลยหมู่บ้านไปแล้ว ต้องเสียเวลากลีบรถอีกไกลแสนไกล
พอเข้าหมู่บ้านระ อ่าว วนหาบ้านบุ๊คอีก หลังไหนว๊า
ระก้อโทรหาบุ๊ค บุ๊คบอก เจอวงเวียระตรงไป ข้ามสะพานละเลี้ยงซ้าน ระก้อเลี้ยงซ้าย
ทำตามมั่ง คราวนี้ ตรงไปตงไป อ่าว พ้นป้อมยามไป
อ่าว ออกถนนหลวง ซะงั้นหน่ะบุ๊ค
วนรถอีกโคตรไกแสนไกล
กลับมาใหม่ โทรหาอีกที วนไปวนมา ประมารสิบกว่าโลได้
สุดท้ายต๊อกทนปวดa pee ไม่ไหว เลยแวะจอดหลังหอพระ
ครายวนี้บุ๊คมาระ
บุ๊คก้อถามว่าอยู่ไหน
เรา--อยู่หอพระ
บุ๊ค--บุ๊คก้ออยู่หอพระ
เรา - ตรงไหนอ่ะ ไม่เหนเลย
เอาเปนว่าคุยกันโคตรนาน กว่าจะเจอกัน
พอเจอระ ก้อ  ตามบุคไปที่บ้าน
เจอสมาชิกที่บ้านทุกคนเลย
เราทุกคนในบ้านบุ๊คก้อขึ้นนอนระ
ระคุณแม่ยังสาวของบุ๊คก้อเอาชุดนอนน้องแพมมาให้ใส่
สีขาว บางอ่ะแม่จ๋า
เลยยืมกางเกงบุ๊คมาใส่
เล่นเนตไป
เราเล่นออดิชั่น ต๊อกเล่นเอม ระก้อsearchบ้านของ....
บุ๊คกะแพนก้อเล่นเกม
ระก้อไปเซเว่น
พอกลับมา อ่าว มันปีใหม่แล่วนี่หว่า
เราก้อกินๆๆๆกันขนมนี่จะเกลี้ยงอยู่ระ
ระก้อ ซักตีสองก้อออกมา วนรถเล่นวนโคตรนานอ่ะ
สุดท้ายก้อได้แค่ถนน...แล้วปั้มบางจากอ่ะ มันอยู่ไหน
ไฟราชดำเนินสวยดีเน๊อะ ถนนยามราตรี
เอาอ่ะ ตี4ละ กลับกัน
คราวนี้อ่ะดิ ยุ่ง หาทางออกกรุงเทพอีก
วนไปเรื่อยเลย มาถึงประตูน้ำ อ่าว มาถึงอนุสาวรีย์ เลยดูที่เกิดเหตุซักหน่อย ระก้อมาถึงหอ
มาถึงห้อง อาบน้าม เปลี่ยนชุด ระก้อ เล่นออดิชั่น เลเวล11ระน๊า  ระก้อนอน
 
 
PS
**thanks everybody for sms**
**thanks everybody ที่เปนห่วงระก้อโทรมาอัพเดทข่าว**
**thanks book's family**
**thanks pizza hut from siam**
**thanks paragon ที่ให้เราเดินเล่น**
**thanks ศูนย์หนังสือจุฬา**
**thanks sky train & van**
**thanks tokyo's car**
**thanks ญัฐเทพ**
**thanks karaoke**
**thanks ฯลฯ**
ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้มีช่วงเวลาดีๆและก้อช่วงเวลาตื่นเต้นแบบนี้
 
Best siit  ดีใจนะที่โทรหากัน
 
12月14日

ประสบการณฺชวนเสียว

 ณ ค่ำคืนของวันพุธ หลักจากที่สมาชิกแครอทได้dinnerร่วมกันท่ามกลางแสงไฟสีส้มๆเหลืองๆ
หลังจากนั้น ชาวแครอทก็ต่างแยกย้ายกัน บ้างกลับหอ บ้างไปดูเชียร์โต้
เรา นั่งซ้อนท้ายรถโดนมี อินทาชิ เปนคนขับ 
 
หลังจากนั้น เม ปาม ต๊อก วี จอดรถคุยกัน ตรงหน้าวงเวียนคณะ
ส่วนเรากับอินทาชิ ได้ขับเลยมาทางหน้าคณะ เพื่อมุ่งหน้าไปยังบร4
 
และแล้วเหตุการร์ชวนเสียวก็เกิดขึ้น
ท่ามกลางความมืดที่มีแสงไฟจากปั้มนั้นมันส่องทางแบบสลัวๆ
ขณะที่อินทาชิกำลังขับอยู่นั้น
เราก็ได้มองไปยังสนามฟุตยอลหน้าคณะ ซึ่งกำลังมีคนเล่นกันอยู่มากมาย
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงอินทาชิ อุทานขึ้นมา
แล้วเราก็รู้สึกว่า ตัวเองถูกเหวี่ยงออกจากรถ
ล่องลอยไปเรื่อยๆ เพียงวูบนึง
ก็มารู้สึกตัวอีกทีว่ากำลังไถลบนพื้นถนน รวมระยะทางที่ไถลประมาณ1เมตร
มันทำไมไกลจัง ไม่หยุดซักที
ไอ้ส่วนที่ไถลแรงสุดก็คงจะเป็นที่ใบหน้าอันสวนงาม ก็ใต้คางพอดี ระก็หัวเข่า
 ณ บัดนั้น อินทาชิ ก็มาทับขาไว้
แล้วก็มีเสียงกระซิบแบบตื่นเต้นว่า แหววเปนไร มากป่าว  เปนไรมั่ง เค้าขอโทษ
ไอ้เราก็พลิกตัวมาหลังจากที่อินทาชิลุกขึ้นยืน
สภาพที่เหลือขณะนั้น มีเพียง รองเท้าข้างเพียงเท่านั้นที่สวมอยู่ ส่วนอีกข้างกระเด็นไปพร้อมกับรถ
แล้วก็มีชายฉกรรจ์ผู้นึง วิ่งออกมาจากปั้มน้ำมัน ระก้อจะเข้ามาช่วย
ณ ตอนนั้นเอง คิดอย่างเดียว ว่าจะโทรไปบอกเมเจ้อกะวีมาช่วย แต่ก็ไม่โทร
แต่เราก็บอกว่าไหว จิงๆก็ไหว แต่ยังไม่กล้าลุก เพราะรู้สึกปวดเข่ามาก แบบกลัวเลือดไหล เสียวๆ
แล้วอินทาชิ ก็มาดึงให้ลุกขี้น
สำรวจตัวเอง อ่าวไม่มีแผลนี่หว่า
แล้วเม วี ต๊อก เปีย พี่บี ก็มายังจุดเกิดเหตุ
ดีใจอ่ะ เพื่อนเป็นห่วงเรามากมาย
แต่เราก็ไม่เปนไรมากจิงๆ ก็แค่ถลอก และบอบช้ำเล็กน้อย
ส่วน อินทาชิ โอ้โห เลือดไหลท่วมกายา
คราวนี้ก็รู้สึกแสบที่มือ โอ้ว มีเลือดไหลด้วย แผลลึกน่าดู
 
เราเลยไปนั่งรถวี แล้วให้ต๊อกมาขับรถให้อินทาชิ ซ้อน สภาพแบบไหน ยังจะบอกว่าขับไหวอีกนะ
แล้วแทนที่จะมุ่งหน้าไปบร ก็เลยว่าจะไปทำแผลที่ห้อง กน.
แต่ไปถึงก็ไปล้างแผล แล้วเข้าไปในห้องกน แต่ไม่มีอุปกรณ์ทำแผล
เลยมุ่งหน้าไปยังโรงบาลซาร่า
 
อินทาชิขอโทษเป็นล้านรอบ จิงๆ นายก็ไม่ได้ผิดไรหรอกนะ
ถึงเปนคนขับก็เหอะ แต่สภาพเละกว่าคนซ้อนมาก
น่าสงสาร
 
ณ โรงบาลซาร่า  อินทาชิเข้าไปทำแผล เปนเวลาร่วม5ชั่วโมง เวอร์ไป  ซักชั่วโมงได้
โดนหมอฉีดยากันบาดทะยัก น่าสงสาร
 ส่วนเรา ไม่ทำแผลหรอก แค่มี พลาสเตอร์ยาก็พอ พอปิดไม่ให้พลาสมาของแผลโดนอย่างอื่น แสบมาก
จากนั้นก็พากันมาดูเชียร์โต่ที่บร4
แล้วพากันกลับหอ
ส่วนสภาพรถหน่ะเหรอ กรอบหน้าแตก ไฟไม่ติด
จบแล้วหล่ะ ประสบการร์ชวนเสียว
 
12月4日

รับน้องภาค

ก้อเค้ามีรับน้องภาคกัน
ประกาศชวนอยู่นั่นแหล่ะ ไคจาไปด้วยมั่ง จนวันสุกร์ ยอดคงเหลือล่าสุดช่วงเช้า 5คน
พอถึงเวลาจิงๆไป12คน รวมต๊อกโยด้วยนะเนี่ย เปน12
แบบว่าต๊อกแอบย้ายภาคมา ซะงั้นหน่ะ
และแล้ว ก้อไปที่ปาร์คกันเวลาตี1ของวันเสา
รถออกตี1เกือบตั2
หนาว หายใจไม่ออก นั่งเบียดกัน
แวะพักหลายที่ ปี่ปีสามร้องเพลงท้ายรถ
แวะที่สุดท้าย 6โมงเช้าพอดี
ฟ้าเริ่มสว่าง
ก้อเลยมองชมวิวข้างทาง
แล้วไงหล่ะ เวียนหัวมากมาย จาอวกอยู่ระ
เมือ่ไรห่ก้อไม่ถึงซักที ไกลจัด
หลับเลยทีนี้ พอถึงที่ปุ๊บ มีคนปลุก
ตื่นมาความเวียนหัวอยากอวกยังไม่หาย แทบตายเอาเมหือนกัน
พวกปีสามก้อร้องกันจัง ไอ้เราก้อจะตายคารถอยู่ระ
พี่เอกประธานปีสี่กะน้อตประธานปีสามเดินมาพอดี
พี่เอกเลยยื่นยาดมมาให้
ดีขึ้นนิดหน่อย
ก้ออยู่บ้านเปนหลังเลย น่ารักดี บ้านสีขาว ผนังเปลือกหอย
ได้อยู่บ้านหลังเดียวกะแอร์ ทราย อยู่สามคนแหน่ะ
ด้วยความที่ว่าเวียนหัว ก้อเลย ล้างหน้าแล้วก้อหลับ
ตื่นมาอีกทีก้อกินข้าวเที่ยงพอดี
จากนั้นก้อไปนั่งกินน้ำกันที่เต้น ข้างๆชายหาด
ซักพักก้อง่วงเลยไปหลับกะทราย ปล่อยสหายภาคนั่งเล่นกันต่อไป
ตื่นมาอีกที เอ้า 5โมงระ เลยออกไปหาสหาย
แหม๋ พวกนี้นั่งกินไก่ย่างส้มตำกัน ไปถึงแทบจะไม่เหลือ ก้อเลยด้วยความอร่อย โทรไปสั่งเพิ่ม
ตอนที่ดทรสั่งเค้ายังไม่มาส่ง ก้อลงไปเดินตรงชายหาดกัน
พวกคนอื่นก้อเล่นน้ำ
แต่ขี้เกียจเล่น ซะงั้นหน่ะ
ก้อนั่งตรงทรายที่ชายหาด ตูดเปียกได้เหมือนกันนะ
ระของกินก้อมาส่ง
ก้อมานั่งกินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ระก้อิกนข้าว
พอึงเวลาdinnerจิงๆ กินไม่ลง อืดน้ำ
กินได้หน่อยเดียว อาหารทะเลทั้งนั้นแต่กินไม่ลง
ระพวกพี่ๆปีสี่ก้อร้องเกะกัน ต๊อกก้ออยากร้องทำไมต้องเธอ
ก้อเลยไปร้องเปนเพ่อนต๊อก
คราวนี้ขอร้องstay เพลงโปรดมั่ง
รู้สึกว่าเปนเพลงที่ร้องแล้วเพราะที่สุด กระแดะเสียงได้
เพราะเพลงอื่นเสียงโคตรควาย รู้ตัวเองหน่า
นั่งกินนั่งคุย นั่งดื่มไปเรื่อยๆ
ระก้อมีบายศรี ทำไมต้องเรียกว่าบายศรีด้วยน๊า
เรียกผูกข้อมือก้อพอ บายศรีมันหรูไป
ก้อรู้จักพี่ๆมากมาย พี่น่ารักทุกคน คุยเก่ง ใจดี
ระก้อบายศรัเสร็จก้อมาฟังพี่ๆร้องเพลง
พวกเราก้อนั่งเล่นกันต่อ เริ่มเปิดtopicทีละเรื่องตั้งแต่ในภาคยันทั้งมหาลัย
ไล่ไปทีละคนทีละคน
หนุกหนานกันดี
ไปรู้จักกะพวกพี่ๆปีวสาม
พวกนนั้นเมาระฮาเกิ๊น แต่ก้อหนุกหนานดี ฟังขี้เมาคุยกัน
ต๊อกนี่ มาเพื่อทำภารกิจ และแล้วภารกิจของต๊อกก้อ mission complete ดีใจด้วยนะ
ต๊อกฮามาก ไปเอาน้ำแข็งมาให้ปีสาม
พอมาเกือบถึงโต๊ะ ก้อหกล้ม น้ำแข็งกระจายเต็มพื้น
ทำร้องเท้าหายอีก หายไปไหนก้อไม่รู้ เมาระฮา
ไอ้เราก้อต้องดูแลต๊อก จนในที่สุดมันไม่ไหว เลยพากลับไปนอนห้อง
ระก้อกลับไปพร้อมกะต๊อก แอร์ ทราย ก้อตีสามแล้ว
ส่วนแอร์ก้อเมา พากลับห้องตั้งนานแล้วหล่ะ
ตื่นเช้ามาก้อร้อตปีสามมาปลุกไปกินข้าว
เราก้อถามว่ามีอารายให้กินมั่ง
คุณพี่น้อตตอบว่ามีข้าวต้มทะเลกะข้าวต้มซีฟู้ด เอ๊ะ มันต่างกันยังไง
ระก้ออกไปกินกัน ตามด้วยคอนเนตโต้
กลับมาปลุกแอร์กะต๊อก
แล้วก้อเก้บของเตรียมกลับ
ก่อนกลับก้อถ่ายรูปกัน สนุกสนาน ถ่ายกะพี่ๆเพื่อน ถ่ายรูปหมู่ด้วย ระก้อนั่งรถกลับ
ขากลับ ย้ายที่นั่งบ่อยสุดระ ตั้งแต่ตรงกลางมาข้างหลังระก้อหน้าสุด
ก้อขากลับแวะหลายที่พอๆกะขาไป
รอบสุดท้ายปวดฉี่สุดๆ ไม่ถึงมอซักที
และแล้วก้อมาถึงอย่างปลอดภัย
 
 
เอาเปนว่า ใครไม่ไปเสียใจแย่
 
 
 
 
 
 
11月12日

ไปดู Fat Festival

หลังจากที่มีโคซษนา คอนเสิตแฟตเฟส มาหลายเดือน
ก้อเลยตกลงกันว่าจะไป
เอาไปเอามา สมาชิกแครอทไม่ว่างจะไปด้วยกันซักคน
สุดท้าย ก้อเหลือเราคนเดียวที่อยากไป
ก้อนั่นสินะ จาเอาไคไปด้วยดีหล่ะ
สุดท้ายก้อเหลือเพื่อนผู้ร่วมอุดมการณ์อยู่1คน  เจ้าเด่น เด็กมอกาเสดไง
ในที่สุดก้อลากเจ้าเด่นไปด้วยจนได้
ระเจ้าเด่นไม่ยอมไปสองวัน
ก้อเลยได้ไปวันเดียว ก้อวันนี้อ่ะแหล่ะ วันอาทิตไง
ก้อนัดกันที่อนุสาวรีย์ ไปถึงก้อไปรอเจ้าเด่น รอเลยเดินเวิ่นเว้อไปเรื่อยๆ
พอจ้าเด่นมาก้อไปนั่งรถตู้ที่มันบอกว่าเมืองทองธานี
แต่รถตู้แม่งโคตรบัดซบ มันส่งถึงแค่มหาวิทยาลัยอารายซักยอ่างนี่แปแหล่ะ จำไม่ได้ระ
ทำให้ต้องนั่งแท๊กซี่ต่ออีก
มาถึงก้อซื้อบัตร
ระก้อแว๊บไปดูนั่น ดูนี่
 
เอาเปนว่าวันนี้ได้ดู
ณ earth stage
smallroom
สนามหลวง
บอย ตรัย
Save de last piece
The trevellers
cake mint bo
R&B eleven
 
Heaven stage
fine tune studio
smallroom
scrubb
groovy airline & pizza wataka
 
HELL stage
more cattle
blackhead
slotmachine
street fuck roller
paradox
flure
 
AWAY G STAGE
cocktail
แล้วก้อจนคนนั้นคนนี้เยอะแยะมากกมาย
สุดท้ายก้อเจอน้องวี
ก้อเลยกลับกะน้องวี
แอบได้เบอร์น้องวีมาแล้ว อิอิ
กลับมาถึงหอโดยปลอดภัย รวมค่าเดินทางหมดเยอะพอๆกะค่าบัตรเข้างานเลย
 
 
 
11月8日

ชีวิตปิดเทอม

ก้อพึ่งจะเปิดเทอมก้อวันที่7พฤศจิกายนนี่เอง
ก้อแบบว่าปิดเทอมคราวนี้สั้นมาก
สอบเสร็จจริงๆก้อ20ตุลาแล้ว
ต้องทำโปรเจคต่ออีก
 
วันจันทร์
แล้วpresentโปรเจค23ตุลา
วันปิยะแท้ๆ เค้าปิดกันทั่วประเทศ แต่ทำมช้านถึงไม่ปิด
พรีเซนต์เสร็จ หนีกลับบ้านเลย
ออกกทมได้ซักแป๊บ ให้ตายเหอะ ลืมรีเทรนเนอร์
ก้อเลยให้วีส่งพัสดุไปให้ที่บ้าน กว่าจะได้รีเทรนเนอร์ก้อตั้ง3วันแนห่ะ นานจัง
 
วันอังคาร
ไปถึงเชียงใหม่ก้อตีสองของวันที่24ตุลาแล้วหล่ะ
24ตุลา วันเกิดสมาชิกชิงอะริงแก๊ง--ดิว
ก้อแฮปปี้เบิดเดย์กันไป
แบบว่าส่งแมซเซจเฉยๆหน่ะ
 
จากนั้นก้อมีชีวิตเวิ่นเว้ออยู่ที่บ้าน
ดูการ์ตูนของเปีย  กัสเบล
อ่านหนังสือฆาตกรรมของพี่กวง  แต่อ่านไปทั้งหมด สรุปแล้วทั้งเทอมอ่านไปสองหน้า
สงสัยนู๋คงต้องยืมท่านพี่ต่อไปเรื่อยๆ
ไปลำพูนดวย ไปบ้านคูณตา ไปดูดวงด้วย
เค้าบอกว่าเนื้อคู่ของช้าน จะเปนชายหนุ่มที่เกิดวันจันทร์ หรือไม่ก้อวันพุธแหล่ะ
นอกจากนี้ก้อมีสอนการบ้านให้น้องชาย
เปนญาติกันหน่ะ เปนเด็กน้อยอยู่ปอ6
ตอนแรกเราก้อคิดว่ามันมันเอาแบบฝึกหัดมาทำเตรียมสอบเข้ามอหนึ่ง
ที่ไหนได้ เค้าสั่งการบ้านทั้งเทอม มันไม่เคยส่ง
เลยมาทำทีเดียวแบบคอมโบเซต
นี่ขนาดมันรียนมาแล้วนะเนี่ย ต้องมาสอนใหม่หมดเลย
ให้ตายเหอะโรบิ้น
มันกดดันน่าดู น่าสงสาร
ก้อพี่ๆแต่ละคนในตระกูลเค้าสมองไบรท์ทั้งนั้น
 
วันอาทิต
วันที่เท่าไหร่ก้อจำไม่ได้
ไปดูหนังกะเฮีย เด็กมงฟอร์ตเลยน๊า
แบบว่าเฮียชวนไปหลายครั้งแล้ว
หมายถึงทุกปิดเทอมตุลา
ตั้งใจว่าจะไปดูหนังบุฟเฟ่กัน
แต่มันมีเหตุต้องไม่ได้ไปทุกปีเลย
ปีนี้ฤกษ์งามยามดี ได้ไปแน่นอน
แต่ไม่ได้ดูหนังแบบบุฟเฟ่ต์นะ
ก้อเลยดูแบบเรื่องเดียวแทนอ่ะ
เนื่องจากช้านกลับบ้านดึกได้ที่ไหนหล่ะ
แหม๋ ก้อลูกสาวคนนี้ คุณพ่อหวงที่สุดแล้วนี่นา
นั่นแหล่ะ
เรื่องก้อมีอยู่ว่า
คืนวันเสา
ได้โทรไปเบอร์เฮีย
แล้วได้คุยกะผู้ชายคนนึง
เปนไคไม่รู้ ที่แท้เฮียเอาเบอร์ไปให้เพื่อนนี่เอง
ก้อเลยโทรไปหาเฮียอีกเบอร์
เฮียไม่รับ
ตอนเช้าเอียตื๊ดมา
เราโทรหลับ ระก้อตกลงว่าจะไปกันเจอกันที่ไหน
เอาเปนว่า พอถึงโรบินสัน
ช้านก้อไปรอเฮียอยู่ตรงหน้าเมเจอร์
ซักพักเฮียก้อมาถึง
เราก้อไปเลือกหนังกัน ไม่รู้จะดูไรดี เลือกไม่ถูก
สุดท้ายได้ดูเรื่อง โคตรผีดุ เปนหนังฝรั่งแบบว่ามันซื้อลิขสิทธิ์ของจูออนมาทำอ่ะ
พอซื้อตั๋งหนังเสร็จ
ไปกินเคเอฟซี
เฮียเลี้ยงด้วยแหล่ะ เฮียจายดีมากๆเรย
กินกันแบบอิ่มหนำสำราญ
ก้อเข้าไปดูหนังกัน
ตอนแรกก้อว่าจะกินป๊อปคอร์น แต่อิ่มเคเอฟซีซะก่อน
ก้อดูๆไป ก้อหนุกดีนะ
หนังจบ
ก้อโทรไปหาม๋อฟัน ว่าม๋ออยู่ป่าว คนเยอะม๊าย
แล้วก้อแบบว่า เฮียกะช้านเอารถยนต์มากันคนละคันไงก้อว่าจะขับรถตามๆกันไป ก้อกัวจะพลัดพรากจากกัน
ก้อเลยสรุปได้ว่า เอารถช้านไประกัน รถเฮียจอดทิ้งไว้ที่โรบินสันนี่แลห่ะ
แบบว่าที่เลือกเอารถช้านไปเพราะรถช้านจอดใกล้กะโรงหนังที่สุด
ก้อขับรถไปที่คลีนิก ไปหาม๋อฟัน
ม๋อก้อดัดรีเทรนเนอร์ แบบว่า โอ้ว โคตรเจ็บอ่ะได้ซัก2-3วัน เออนะแหล่ะ
จากนั้นก้อขับรถมาที่ถนนคนเดินกัน จอดหน้าโรงเรียนเก่าพ่ออ่ะ
ก้อเดินเล่นกะเฮีย เฮียเลี้ยงไอติมอีกแล้ว
อิ่มอีกรอบ
อยากได้อารายไม่มีที่อยากได้อ่ ไม่ตรงตามเป้าหมายที่อยากได้ เลยไปได้ที่ห้อยมือถือมา
ส่วนเฮียก้อซื้ออาโรม่าเทอราปี้
เฮียกินข้าวไข่เจียว เราแย่งกินนิดนึง
ระเราก้อกลับ
คือไปงถนนคนเดินตั้งแต่แดดยังเปรี้ยง จนมืดอ่ะ
หลายชั่วโมงเหมือนนะ
เพลงชาติตอนเย็นออก ก้อปาไป6โมงเย็นแล้ว
แบบว่าเชียงใหม่มืดเร็ว เข้าหน้าหนาวแล้ว
ก้อกลับกัน
เนื่องจากกระแดะใส่ส้นสูงไปเดิน ปวดเท้าเหมือนกันแฮะ
เลยให้เอียขับรถให้ เพราะอีช้านจะเปลี่ยนรองเท้า ดีหน่อยเอารองเท้าใส่ไว้ในรถหลายคู่
เฮียก้อขับมาที่โรบินสัน ระหว่างทางก้อคุยมาเรื่อยๆ
นั่นแหล่ะ ตามประสาคนไม่ได้เจอกันแบบตัวเปนๆมา1ปีเต็ม
มาถึงโรบินสัน เฮียหารถไม่เจออีก พอเจอ ก้อเลยขับตามรถเฮียไป
แบบว่าลัดไปทางสนามบิน
ก้อขับตามกันมาเรื่อยๆอ่ะ
จนถึงทางแยกสุดท้ายที่เราต้องจากกัน
สุดท้ายช้านกลับบ้านไปถึงบ้านเกือบ2ทุ่ม
โชคดีไม่โดนด่า ก้อแบบว่าท่านแม่สั่งไวว่าอย่ากลับบ้านค่ำ
กลับบ้านค่ำของท่านแม่คือให้กลับก่อนตะวันตกดิน นี่เล่นไปสองทุ่มเรย
มีความสุขมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณเฮียด้วยนะจ๊ะ
 
ภารกิจต่อไปที่ต้องทำคือไปหาคุณเพื่อนๆสมาชิกชิงอะริงแก๊งค์
คืนวันอังคารเราก้อโทรหาเพื่อนเกือบทุกคน
เอาเปนว่าทุกคนรู้ว่า เนี่ย วันพุธ 4โมง เจอกันmilkzone หน้ามช
นอกจากจะนัดเพื่อนระ เนื่องจากมีพี่ๆน้องๆเยอะแยะมากมาย
ก้อเลยนัดเจอพี่นีโม่ด้วย
 
คืนนั้นเอง พอหลังเที่ยงคืนของวันอังคารก้อเปนวันพุธ
เวลาตีสอง อ๊อบโทรมาบอกว่า เลื่อนวันได้ม๊าย วันนีวันเกิดตั้ม
วันเกิดแฟนเจ้าอ๊อบนั่นเอง
ก้อเลยบอกอ๊อบไปว่า เราโทรไปบอกทุกคนแล้ว ถ้าจเปลี่ยนวันก้อโทรไปบอกเอง
พอตกตอนเช้าอ๊อบโทรมาบอกว่า เอาวันนี้แหล่ะ แมรนี่ไม่ว่างวันอื่น
เย่ๆ ในที่สุดพวกเราก้อจะได้เจอกัน
พอบ่ายวันนั้น
ไปหอสีชมพู เปิดประตูเข้าไปเจอกลอ์ฟ
กอล์ฟจะไปโรบินสัน เราเลยยึดกุยแจห้องกอล์ฟไว้
จากนั้นก็ ไปหาพี่นีโม่ซักบ่ายโมงนี่แหล่ะ
พี่นีโม่เอาของฝากจากเมกามาให้ เปนปากการูปพลูโต ของดิสนี่แลนด์ราคา4ดอลล่า มาฝาก น่ารักโคตร
ขอบคุณพี่นีโม่มากนะคะ
พี่นีโมพาซ้อนมอไซค์เข้าไปแรดๆในคณะวิดวะ
แล้วก้อบังคับให้พี่เค้าพากลับมาส่งที่เดิม
แล้วพี่นีโม่ก้อไปเรียน ส่วนช้นก้อนอนกลิ้งเกลือกอยู่ห้องกอล์ฟ
แล้วไอ่นัดก้อมาหาที่ห้องนั้น
จากนั้นแมรี่ก้อมาหาที่ห้องนั้น
สรุปว่ารวมตัวได้สามคนระ
แล้วจูนมาหา ก้อเลยออกมาคุยกะจูนข้างนอกหอ
คุยไปเรื่อยๆ
อ่าวเพื่อนๆอยู่ที่ร้านกันแล้ว
ก้อเลยต้องบ๊ายบายจูนแล้วไปที่ร้านกัน
แบบว่า ไอ่นัดนั่งรถแมรี่ไป ส่วนวิลาก้อนั่งรถช้านไป
วันนั้นขับรถได้ห่วยแตกมาก
เพลงในรถดันเปนเพลงหยาดนภาลัย
ไอ่วิลาจะไม่ขึ้นรถช้านอีก
จากนั้นไปถึงร้าน เจอพี่พูนกะเอ่เอ๊
พวกเราก้อส่งของเหลวมากินกัน
ของเหลวที่ว่าก้อเปนพวกน้ำ พวกนมอย่างงี้อ่ะ
ซักพัก อ๊อบกะเมก้อมาถึง
ก้อสั่งของกิน
แล้วก้อมีชายฉกรรจ์มารับเอ่เอ๊ไป
ซักพัก ดิวมากิ๊กใหม่มาเปิดตัว
ก้อส่งอาหารกินกัน แล้วกอล์ฟก้อมาหา
สรุปแล้วก้ออยู่กันหลายคน
ส่วนพวกที่เหลือ อีกซัก4คนไม่มา
โต๊ะก้อโต๊ะใหญ่แล้วนะในร้านนั้น
แต่ของกิน โอ้โห เต็มโต๊ะ
หมายถึงพวกจานเปล่า แก้วเปล่าที่กินหมดอล้วอ่ะ
ซ้อนกันจนล้น
ก้ออิ่มกันพอดี กินกันเปนสหประชาชาติเลยแฮะ
กินกันไปคุยกันไป ด้วยเรื่องราวต่างๆมากมาย
ระพอดีว่านั่งตรงกลาง
ไอสองฟากของโต๊ะก้อเล่ากันคนละเรื่อง
ก้อเลยมาฟังทางนันมั่ง ทางนี้มั่ง
มั่วๆกันไป แบบว่าเสียงดังมาก ร้านเค้าจะแตกอยู่แล้ว
มีตั้งแต่เรื่องเสริมจมูก เรื่องฆ่าม๋า ฆ่ากบ ฆ่ากระต่าย
เพื่อนช้านแต่ละคนโหดทั้งนั้นจำไม่ได้ระว่าคุยไรกันอีก ว่าด้วยเรื่องราวมากมาย
จากนั้นก้อไปเดินเล่นหน้ามอ
เดินซักพักจะกลับแล้ว
มืดแล้วคับพี่น้อง เสียวโดนด่า
ก้อเลยไปส่งวิลาที่หอ
แล้วก้อไปหลังมอซื้อน้ำให้คุณพี่ที่บ้าน
ระก้อไปส่งอ๊อบที่หอคณะทันตะ
แล้วก้อขับรถกลับบ้านคนเดียว
เปิดเพลงฟังไปด้วยมีแต่เพลงโดนๆๆ
ประมาณว่า ทำไมไม่มีแฟนกะเค้าซักที คนอื่นเค้าก้อมีกันหมดแล้ว พอนึกถึงตัวเองก้อเศร้า
เกือบร้องไห้เลยอ่ะ แต่กัวรองไห้ระจะไม่เหนถนนตอนขับรถเลยไม่ร้อง
สุดท้ายมาถึงบ้านก้อซักสองทุ่มตามเคย
คืนนั้นเอง ณัญชัย ประธานเกียร์35โทรมาหา
ประมาณว่าจะมาหาวันไหน
ตอนแรกว่าจะไม่ไปหาแล้ว
สุดท้ายก้อใจอ่อน
 
ในที่สุด วันพฤหัสก้อแรดๆออกบ้านไปอีก
ไปที่คณะวิดวะ ขับรถเข้าไป ระก้อไม่มีที่จอด
เลยมาจอดหน้าคณะ
ระก้อเดินไปหาพี่ณัฐที่โกปิกัสโซ่
เปนร้านกาแฟไง แต่บราวนีย์อร่อยที่สุดในโลก
ก้อเจอคนรู้จักมากมาย
ซักแป๊บ แอมแปก้อมาหาที่นั่น
แล้วก้อรอเวลาไปเรื่อยๆ
แบบว่าวันนี้เปนวันของเด็กมงฟอร์ต
รอชาลีกะพี่วิทเลิกเรียน
พวกเราก้อไปกินข้าวกัน
ไม่ใช่ข้าวสิ ก๋วยเตี๋ยวเรือ อร่อยดีแฮะ
กินไปคนละตั้งหลายถ้วย
อิ่มหนำสำราญกันใหญ่
จากนั้นคุณชาลีรีบไปทำแลปหรือว่าเรียนไรซักอย่างนี่แหล่ะ เลยแยกไปก่อน
ส่วนพวกเราก้ออีก4ชีวิตที่เหลือก้อไปมิ้ลค์โฟล้ตด้วยรถยนต์ของแอมแป
แหม๋ แอมแป เราพึ่งเคยนั่งรถของแอมแปเปนครั้งแรกนะเนี่ย
กินๆๆๆกันสั่งไอติมเค้กมากินด้วย อิ่มโคตร
อิ่มระก้อง่วง ก้อเลยกลับกัน ได้เวลาเรยนของณัฐแล้วอ่ะดิ
ก้อเลยไปส่งพี่ณัฐ แล้วแอมแปก้อมาส่งที่รถ ระก้อกลับ
ขับรถด้วยความเร็วสูงเพื่อที่จะรีบกลับมาหลับ
 
วันศุกร์
ไปซื้อบัตรพืชสวนโลก ก้องานราชพฤกษ์นั่นแหล่ะ
ซื้อเสร็จก้อมางาน หาที่จอดรถแล้วก้อเดินเข้างาน
ถ่ายรูปได้ซกแป๊บ เยดโด้ แบตกล้องถ่ายรูปหมด อดถ่ายคับพี่น้องก้อเดินไปเรื่อย
ตอนแรกก้อคิดว่า อยากมาอีกรอบ
เดินมาดคตรเยอะ ระมาดูแผนที่ ที่ไหนได้ เดินได้ครึ่งเดียวเอง
ไอ้ครึ่งหลังนี่ ดูแบบแว๊บๆมาก แบบว่าเหนื่อยเกิน อยากกลับแล้ว งี้อ่ะ
ปวดเท้าด้วย กินโออิชิหมดไปสองขวด
คือพยายามทำไงก้อได้ให้ไปถึงรถให้เร็วที่สุด
สรุปแล้วว่าสวยมาก น่าไปเที่ยว แต่ก้อเหนื่อยมาก เดินย่างเดียวเลยนะเนี่ย ปาไป4ชั่วโมง
นี่ดูแบบผ่านๆนะเนี่ย แล้วถ้าค่อยๆถ่ายรูปจะนานแค่ไหนน๊อ
จากนั้นกลับบ้าน
จบแล้วอีก1วัน
 
วันเสาร์
ออกบ้านแต่เช้า เพื่อจะไปลำพูน
แล้วไปรวมพลที่ลำพูนเพื่อจะมุ่งหน้ามายังธรรมศาสตร์
แบบว่า ออกมาจิงๆ9โมง
แวะตลอดทาง ที่แย่ที่สุดก้อคงอยุธยา รถติดมาก
1ชั่วดมงผ่านไป รถขยับได้ซักโลเดียวเอง
ก้อแบบว่าดันมีรถเมล์ชนกะรถเก๋งอยู่ข้างทาง ระถนนเปนถนนสองเลนไง
การจราจรติดขัดที่สุดในโลก
มาถึงในมอ3ทุ่ม
ไปกินข้าวระคุณน้ามาส่งถึงหอ5ทุ่ม
หมดแล้วอีก1วัน
 
วันอาทิตย์
ไปลอยกระทงที่มอเกษตรแหล่ะ
สมาชิกแครอทแก๊งที่ไปมอเกษตรทั้งหมดได้แก่ เรา เปีย เม วี ปาม กิ๊ฟ
ไปหาเจ้าเด่นที่นั่น
ก้อแบบว่านัดกันไว้ว่าจะระเบิดกาทงกัน
ไปถึงก้อให้เจ้าเด่นมารับ
ระก้อนำทัวร์ในงาน
มีปล่อยโคมด้วย
กินนั่นกินนี่
เยอะแยะมากมาย
คืนนั้นกินเยอะมาก
แล้วเจ้าเด่นก้อมาส่งพวกเราที่รถ
แลวก้อกลับมอกัน
มาถึงก้อเที่ยงคืนนิดๆ
ก้อมีความสุขดี
ไปลอยกระทงเปนทีม
 
และแล้วก้อเปิดเทอมจนได้
วันนที่สองของการเปิดเทอม เปนวันเกิดเปีย
PS
Happy birthday
พี่เบส เด็กเอสไอ 14ตุลา
โอ้ต พี่เทค 17ตุลา
ไมค์ เด็กมง 20 ตุลา
อ๊อบ ชิงอะริง 21ตุลา
ดิว ชิงอะริง 24 ตุลา
กวาง ชิงอะริง 31ตุลา
พี่อิท ENGR 31ตุลา
ญารินดา 6พฤศจิกา
เปีย แครอทแฟนคลับ 7พฤศจิกา
แอร์ เพื่อนภาคไฟ 8 พฤศจิกา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
10月6日

ชีวิตเปนแบบนี้บ่อย

เดจาวู เป็นภาษาฝรั่งเศส ( deja vu ) แปลว่า เคยได้พบเห็นมาแล้ว
เดจาวู ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นปรากฏการณ์ที่มนุษยชาติพบพาน ทุกเพศวัย ทุกชนชาติแห่งหน
คำอธิบายที่เรามักอ้างให้ตัวเองคือ "คิดไปเองน่า"  เราคิดไปเองจริงหรือ ?

คุณเคยบ้างไหมที่อยู่ๆก็แวบเข้าขึ้นมาว่า เหมือนเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว แต่จำไม่ได้ว่าในฝันหรือในอดีต

มาฟังคำอธิบาย หรือประสบการณ์ของคนที่เจอเหตุการณ์ แบบนี้กันดูดีกว่า เช่น ไปเที่ยวต่างจังหวัดที่ไม่เคยไปมาก่อน เดินไปยืนที่ระเบียง เอ๊ะ คุ้นๆว่าระเบียงนี้ มุมนี้ เรายืนแบบนี้..

หรือมีคนเล่าว่า เขานั่งรถทัวร์กลับต่างจังหวัดตอนดึก ระหว่างทางเห็นอุบัติเหตุข้างทาง แล้วก็ผ่านไป  สักพักก็เห็นอีก เห็นอยู่เรื่อย ที่สำคัญเป็นคันเดิม คนเดิม บางทีกำลังหันมามองเขาด้วย
โดนที่ไม่ใช่ฝันแน่นอน พอรู้สึกตัวอีกที รถจอด ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเหมือนเปี๊ยบ

เดจาวู อย่างเดียวกับ ฝันบอกเหตุ หรือไม่ บ้างก็บอกว่า เดจาวู ต่างจาก ฝันบอกเหตุ แต่บ้างก็ว่า ฝันบอกเหตุ เป็นเดจาวูชนิดหนึ่ง ที่แน่นอนคือ ฝันบอกเหตุ เกิดตอนฝันเท่านั้น เป็นฝันพยากรณ์
แต่ เดจาวู เกิดตอนตื่นก็ได้ และส่วนใหญ่มักจะหมายถึงตอนตื่น และถ้าเกิดตอนฝัน มักจะไม่เรียก เดจาวู

เดจาวู เป็นประสบการณ์ทางจิต ที่เกิดได้กับทุกคน และทุกเวลา อาจเป็นอดีตชาติ อาจเป็นโลกคู่ขนาน อาจเป็นพลังจิต หรืออาจเป็นแค่ภาพลวงตาทางสมอง


ทฤษฎีแรก อดีตชาติ

สิ่งใดก็ตามที่เคยเกิดไปแล้วในอดีต จะย้อนกลับมาเกิดซํ้าอีก เหมือนกับการที่เรากลับชาติมาหลายชาติ นั่นแหละ เราจะผ่านประสบการณ์มากมาย และบางสิ่งอาจหลงเหลือในความทรงจำ แล้วย้อนกลับมาเกิดอีก ทำให้รู้สึกว่าเคยเห็นมาก่อน

เดจาวู เป็นประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ..

ศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า เดจาวู มันเกิดจากการที่ขณะหลับ จะมีการหลับอยู่หลายขั้น (ประมาณ 5ขั้น) ถ้าเห็นอนาคตที่เคยทำ ก็จะอยู่ประมาณขั้นที่ 3 ยิ่งขั้นมากขึ้น ความสัมพันธ์กับร่างกายและวิญญาณ จะยิ่งห่างไกลกันออกไป ถ้าหลับลึกถึงขั้นที่ 5 ก่อนหลับจะรู้สึกชาตามร่างกายทั้งตัว ขยับตัวเองไม่ได้ พูดไม่ได้ (ลักษณะที่คนทั่วไปเรียกว่าถูกผีอำ) ถ้าหลับในสภาพนี้ อัตราค่าซิงโครกับร่างกายจะลดต่ำ ลงจนเหลือ 0 แล้ววิญญาณก็จะหลุดออกจากร่างกาย.. (จะเป็นไงก็ไม่รู้เพราะยังไม่มีใครเคยลองทำ)

ทฤษฎีที่สอง พลังจิต

บ้างว่า เดจาวู เป็นพลังจิตรูปหนึ่ง บ้างเรียกว่า ตาทิพย์ หรือ กสิณ ในตำราพราหมณ์ แบ่งเป็น 10 แบบ เช่น เพ่งในเปลวเทียน หรือ เตโชกสิณ หรือเพ่งไปในน้ำ อย่างที่เราเรียกว่า อาโปกสิณ ฯลฯ

เราทุกคนมีพลังจิต เพียงแต่จะอ่อนจะเข้ม บางทีเพราะเราไม่ได้ฝึก จะเก็บกดไว้ภายใน วันดีคืนดีก็ล้นออกมา ตามตำรา ถ้าได้ฝึก เราสามารถควบคุมได้

มีนักพยากรณ์หลายคน พยากรณ์ได้จากการเพ่ง ว่ากันว่า มีผู้หนึ่งมีเดจาวูแรงกล้ามาก หาใครเปรียบ เขาชื่อ นอสตราดามุส


ทฤษฎีที่สาม จักรวาลคู่ขนาน

อธิบายเกี่ยวกับ โลกคู่ขนาน หรือ จักรวาลคู่ขนาน ก่อน หมายถึง จักรวาลที่ดำเนินไปพร้อมกับจักรวาลที่เราอยู่นี้   ทฤษฎีนี้นักฟิสิกส์ริเริ่มคิดขึ้นมา

เคยไหม มีเหตุการณ์ที่เราลังเลอยู่ 2 ทาง แต่เราก็ตัดสินใจไปทางหนึ่ง แล้วคิดไหมว่า ถ้า ณ วันนั้นเราติดสินใจเป็นอย่างอื่น อะไรจะเกิดขึ้น

ในโลกนี้ที่เรามีตัวตนอยู่ในขณะนี้ ขณะเดียวกันก็มีเราอีกคนหนึ่งในอีกโลกหนึ่ง และมีโลกคู่ขนานมากมายนับไม่ถ้วน..

เช่น ขณะนี้เราได้ตัดสินใจบางสิ่ง ซึ่งนำไปสู่ความสำเร็จ ขณะที่อีกคนของเราได้ตัดสินใจไปอีกทางทำให้ชีวิตตนเอง และผู้อื่นเสียหาย ก็เป็นได้  อีกตัวอย่าง บางครั้งคุณอยากฆ่าตัวตายแต่คุณล้มเลิก  บางทีคุณในโลกคู่ขนานอาจฆ่าตัวตายไปแล้วก็ได้ อะไรประมาณนี้

ตัวอย่าง ปัญหาทางทฤษฎีมิติเวลา สมมติคุณเดินทางย้อนเวลาได้ เมื่อวานคุณเก็งหุ้นตัวหนึ่ง วันนี้หุ้นนั้นล้ม คุณล้มละลาย คุณเดินทางย้อนเวลาไปเตือนคุณในอดีต คุณในอดีตรู้คำเตือน และยกเลิกหุ้นตัวนั้น เมื่อวานคุณไม่ได้ถือหุ้นตัวนั้น ถ้าเช่นนั้น วันนี้คุณไม่ได้ล้มละลาย ในเมื่อคุณไม่ได้ล้มละลาย คุณก็ไม่ได้เดินทางย้อนเวลาไปบอกตัวเองในอดีต คุณในอดีตก็ไม่รู้ว่า หุ้นตัวนั้นจะล้ม และเก็งหุ้นตัวนั้น ตกลงวันนี้คุณล้มละลายหรือเปล่า

ทฤษฎีเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน จึงถูกคิดขึ้นเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ความผันผวนของมิติเวลาเหล่านี้ ทุกๆเหตุการณ์ที่เรามี 2 ตัวเลือก จะเกิดโลกคู่ขนาน 2 โลก และจาก 2 โลก ถ้าเราเจอเหตุการณ์อื่นที่ต้องตัดสินใจ 2 ทาง แต่ละโลก จะเกิดโลกคู่ขนานอีก 2 โลก โลกคู่ขนานจึงมีจำนวน นับไม่ถ้วน

จากตัวอย่างเรื่องหุ้น ทฤษฎีอธิบายว่า คุณไม่อาจเปลี่ยนอดีตของตัวได้ เมื่อคุณเดินทางไปบอกตัวเองให้เลิกหุ้นนั้น คุณในอดีต ที่ตัดสินใจไม่เอาหุ้นนั้น จะเกิดอนาคตที่วันนี้คุณไม่ล้มละลาย.. จริง แต่เป็น คนละอนาคต กับวันนี้ของคุณ ที่คุณล้มละลาย คือเกิดเป็น 2 โลก คุณกลับมาปัจจุบัน โลกวันนี้ คุณก็ยังล้มละลายอยู่ดี แต่โลกที่คุณย้อนไปบอก คุณอีกคนนั้นเขาไม่ล้มละลาย

( ถ้าใครเคยดูการ์ตูนดราก้อนบอลแซดคงเข้าใจมากขึ้น ทรังค์ย้อนเวลาจากโลกที่ถูกหมายเลข17,18 ทำลาย มาในปัจจุบัน ในที่สุดโลกที่เขามา ไม่ถูกทำลาย แต่เขากลับไป โลกของเขาก็ยังเป็นโลกที่ถูกทำลายอยู่ดี ไม่เช่นนั้นเขาจะมาได้อย่างไร )


มีคนผูกทฤษฎีเดจาวู กับทฤษฎีจักรวาลคู่ขนาน กล่าวว่า การที่เรารู้สึกหรือเห็นภาพที่คล้ายว่าเคยทำมาก่อน นั่นแหละ คุณเคยทำจริง แต่เป็นคุณในอีกโลกหนึ่งต่างหากที่ได้ทำ คุณในทุกๆโลก ถูกผูกกันด้วยสายใยบางอย่าง อาจเป็นเพราะ สมองมีคลื่นตรงกัน ก็เป็นคุณคนเดียวกันนี่นา
ในบางจังหวะที่เหมาะสม กระแสประสาทจูนกัน คุณก็ได้รับรู้ถึงกระแสความคิดจากคุณในอีกโลก


ทฤษฎีสุดท้าย คิดไปเอง

ดูแนวคิดของหลักวิทยาศาสตร์กันบ้าง ทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่า เกิดจากสมองแปลข้อมูลผิดพลาด พูดง่ายๆก็คือ ไม่ได้เห็นมาแล้วหรอก แต่คิดไปว่าเห็นมาแล้ว

ทางการแพทย์เรียกว่า การไหลของคลื่นกระแสไฟฟ้า ในสมองเกิดการผิดปกติ ทำให้การกระทำที่กำลังทำอยู่ ณ ขณะนั้น คลับคล้ายว่าเคยเกิดมาก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่ไม่สามารถจำเวลาได้..

สมองคนเราก็เหมือนเครื่องจักรย่อมเกิดข้อผิดพลาดบ้าง อธิบายว่า เดจาวู เกิดจาก เมื่อสมองรับภาพมาจากประสาทตา ก็นำมาแปลความหมาย สมองมี 2 ซีก ตามี 2 ข้าง ประสาทตาซ้ายเข้าสมองซีกขวา ประสาทตาขวาเข้าสมองซีกซ้าย
ฉะนั้นสมองทั้งสอง ต้องทำงานประสานกันและกันอย่างมาก

เมื่อเกิดสมองข้างหนึ่ง เกิดส่งข้อมูลมาช้าไปเพียงนิดเดียว ทำให้สมองแปลความหมายของภาพนั้นว่า เป็นภาพจากความจำไม่ใช้ปัจจุบัน ทำให้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เจอนั้นเคยเห็นมันมาก่อน..

มีหลักฐานว่า โดยส่วนมาก คนที่เป็นลมบ้าหมู หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็น จะมีโอกาสเกิดบ่อยกว่า และมีโอกาสเกิดบ่อยมากขึ้น ก่อนที่จะมีอาการชัก
9月29日

ก่อนFINAL

ก่อนไฟนอล
อืม
ก้ออาทิตนี้อ่ะ
วันอังคาร สอบcircuit
วันพุธสอบelectromag
แบบว่าเข้า เจอข้อสอบอังกิด ทำไปเรื่อยเลย
แต่ว่าบรรยากาศการสอบ ชิวดี
ชอบ
อาจารย์ใจดี
วันนี้ วันพฤหัส
อัดเรียนเซอกิตจนจบ
อัดเรียนสแตติกจนจบ
อัดเรียนสถิติจนจบ
โชคร้ายที่สุด
ข้อสอบสถิติมีสามข้อ ข้อละ15คะแนน
เอฟเหนๆ
วันนี้หนาว
หัวค่ำ ไปเมเจอร์
ไปดูdeathnote
แปลเปนไทยได้อุบาศมาก
สมุดกระชากวิญญาณ
แต่หนังก้อสนุกดี ขำๆ ฮาๆ
ดูไปได้กลางเรื่อง
จู่ๆก้อหนังขาด เปนไรไม่รู้ จะว่าไฟดับก้อไม่ใช่
สงสัยเหตุขัดข้อง
แบบว่าตอนจะเข้าไปดู
พวกนี้ซื้อตั๋วหนังไปยังไงไม่รู้ 4แถว
แถวบน2ที่นั่ง
แถวต่อมา สองที่นั่ง
แถวต่อมาห้าที่นั่ง
ระแถวสุดท้าย5ที่นั่ง
ดูดิ ขนาดซื้ออตั๋วหนังยังแนว
ระก่อนเข้าไปก้อมีจับฮลากแบ่งสายว่าไคจะได้นั่งกะไค
แถวแรกก้อเป็นอินทัชกะกิ๊ฟ
แถวต่อมาก้อเรากะน้องบ้วย น้องรหัสเสืออ่ะ น่ารักดี
สงสัยเปนพรหมลิขิตเลยทำให้เรามานั่งดูหนังด้วยกัน
แถวต่อมาก้อเปนน้องวี กรี๊ดกร๊าด ระก้อแข เปีย ต่อ นัด
แถวสุดทายก้อ แม วี เสือ ต๊อก เม
แบบว่าไปดูกันเยอะเน๊อะ
เปียกะเสือเอาน้องรหัสไปเลี้ยงไง
ก่อนที่จะไปโรงหนัง อีพวกนี้ก้อขับรถอีท่าไหนมะรู้
ได้แผลสดมาเพียบ เลือดสดๆ
 ส่วนไอ้คนขับหน่ะเหรอ เสือไง ไม่เปนไรเลย
แบบว่ารู้ตัวทัน พุ่งตัวหนี
พูดเหมือนเหนเหตุการณ์เองเลยเน๊อะ
วันนี้ ก้อดี แฮปปี้ดีเน๊อะ
ได้ไปดูหนังกะเพื่อนๆก่อนสอบ
ระก้อกลับหอ
 
 
9月10日

ผจญภัย in bangkok

วันที่9 กันยา 2549
เปนวันเสา
มีผู้ร่วมผจญภัยได้แก่ เปีย นัด แพน แข และบุ๊คร่วมแจม
สาเหตุ-- เปียได้รับภารกิจฟิชโช่จากท่านแม่
เปียชวนเราไปวัด แล้วก้อบอกว่า เนี่ย เดี๋ยวพรุ่งนี้เปียโทรไปปลุกนะ
ไอ้เราก้อตื่นตั้งหลายรอบระ ก้อสงสัย เอ๊ ทำไมไม่โทรมาปลุกกานซักทีน๊อ
ที่ไหนได้ กว่าจะโทรมา เกือบเที่ยงยานพานหนะที่ใช้ในการปฆิบัติการครั้งแรกได้แก่  รถตู้ไปท่าพระจันทร์
พวกเราก้อนั่งมาด้วยกัน โดยมาบุ๊ค มาร่วมแจม
มาถึงท่าพระตันทรืก้อปาเข้าไปตั้งบ่ายสองหน่อยๆแล้ว
จากนั้น คุณบุ๊คก้อขอแยกตัวจากพวกเรา เนื่องจาก ต้องกลับไปหาท่านพ่อกท่านแม่ และท่านน้องปันปันกะน้องแพม
ขั้นตอนต่อไปในการปฏิบัติภารกิจคือ ต้องเดินทางไปยังวัดระฆัง  ชื่อเต็มๆจำไม่ได้แล้ว
เพื่อความสะดวกในการเดินทาง ทำให้คุณแพนต้องฟากcase ไว้กะคุณยามเฝ้าประตูทางออกมหาวิทยาลัย สาขาท่าพระจันทร์
จากนั้น เราก้อได้นั่งยานพาหนะลำที่อง คือแท๊กซี่สีเขียว ไปที่วัด
การมาวัดระฆังครั้งนี้ทำให้เราได้เหนโรงเรียนjingle bell ตอนแวนต์ด้วย ที่แท้ก้ออยู่ตรงนี้นี่เอง  หลังจากได้ยินชื่อมานาน
จากนั้นก็ไปซื้อปลามาปล่อย ไอ้ตอนที่ปล่อยปลา โคตรน่ากัว นกพิราบเยอะ กัวนกมาจิกอีก
ปลาตัวใหย่นักก้อมากินอาหารที่ท่าน้ำ  แล้วน้องปลาที่เราปล่อยไป พวกปลาใหญ่ยักษ์มันจะมากินมั๊ยน๊อ ??
เมื่อวานปลาอยปลาซัคเกอร์สีดำไป8ตัว
เค้าว่ากันว่า คนเกิดวันอังคารให้ปล่อยปลา8ตัว
เนื่องจากเคราะห์เยอะ เลยปลาอปลาชนิดนี้ เพราะว่ามานเปนปลาสะเดาะห์เคราะห์
พึค่งเข้าใจว่าทำไมช่วงนี้เคราะห์เยอะ
ที่แท้ ก้อเพราะว่าทำปลาช้อคเกอร์น้องแว่นตายไปสองตัวนี้เอง โอ้โห ความซวยเข้ามาแบบcombo set เลย
ปลังจากปล่อยเสร็จก้อเดินเข้าไปในวัด
ไปทำบุญ
ไปปิดทองหลังพระ อิอิ ก็แบบว่าหลังจริงๆ
ได้ไหว้พระ แล้วก้อ ตักรน้ำมนต์มากันคนละถุง เอามาทำไร ก็ไม่ทราบได้ ขอให้เอามาไว้ก่อน
แล้วก็จุดธูปเทียนไหว้พระในโบส  ใช่ป่าวน๊อ
แล้วก้อ พอออกจากโบส ก้อโดยคุณเจ๊ขายหนังสือ มาโฆษณาชวนเชื่อให้ซื้อนหังสือเพื่อไปให้เด็กที่ต่างจังหวัด  ได้ข่าวว่าเสียตางอีกแล้ว
เปนนิทานสโนว์ไวท์ ด้านซ้าย ด้านขวาเปนจิ๊กซอว์ หนังสือแข็งแรงทนทาน  อารายก้อไม่รุ้แล้วหล่ะ
ก็คุณเจ๊เล่นพูดไม่หยุด  มิทราบว่าคุณเจ๊หายใจทางเหงือกเหรอคะ
จากนั้ยก้อลงมาซื้อไอติม4รสกัน
3ก้อน10บาท แล้วก้อเล่นไม่ให้ซื้อแบบซ้ำกัน  เราก้อเลยเอารสวานิลลา ชาเย็นแลวก้อรสนม
ไปกัน5คน ไม่เหมือนกันกันจริงๆด้วย
หลังจากกินไอติมได้ซักพักไปข้าไปบ่ายสามบ่ายสี่แล้ว
ด้วยความที่คุณนัดเปนเจ้าถิ่น จะพาไปกินก๋วยเต๊ยวที่อร่อยที่สุดในโลก
พวกเราก้อนึกว่าใกล้ๆ
เดินไป เดินไป ไม่ถึงซักที
นัดก้อบอกว่ เนี่ยจะถึงแล้ว
โอ้"โห เดินไปได้ไง เปนกิโล ยิ่งแถวนั้นอุปสรรคเยอะ ขี้หมาล้วนๆ เสียวเหยียบชิบ
แดดก้อร้อน
หลังจากมาถึง ก้อพากันกนไปคนละ2ถ้วย
ก้อแบบว่าถ้วยนึงให้มาจิ๊ดเดียวเอง แล้วงก้อกินลูกชิน กิน กิน กิน แล้วก้อกิน
จากนั้นก้อเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าพ่อเสือ ด้วยยานพาหนะคันที่3  รถแท๊กซี่สีเขียวอีกระ
พอไปถึง  พวกเราก้อลงกัน ยกเว้นคุณนัด คุณนัดนั่งรถต่อไปที่บ้านที่วรจักร  เย้ ไม่ต้องจ่ายตังนัดออกให้ อิอิ  แอบใจดีนะเนี่ย นัด
 ณ ศาลเจ้าพ่อเสือมีเสือด้วยแหล่ะ  แต่เปนรูปปั้น
ก้อนึกว่าจะได้เหนของจิงแบบในสวนสัตว์ซะอีก เสียเที่ยว
แล้วก้อมาจุดธูปไหว้นั่นไหว้นี่ี่ แล้วก้อเสี่ยงเซียมซี  แต่ ใบคำทำนายจากเสี่ยงเซียมซี ล๊อกตู้ไว้ คนเฝ้าไปกินข้าว - -"
 อดอ่านเรย
จากนั้นพวกเราก้อเลยจามุ่งหน้าไปที่พันทิพต่อไป
โดยที่นั่งยานพาหนะลำที่4ให้เค้ามาที่ท่าพระจันทร์ก่อน มาเอาcaseที่คุณแพนได้ฝากไว้กะคุณยาม แล้วงก้อมุ่งหน้ามาที่พันทิพ
แต่ขณะเดินทางมา มีโทรศัพท์เข้า ทำให้เราหงุดหงิดใจ ก้อจะใครซะอีกหล่ะ   คุยกันแบบไม่รู้เรื่อง เฮ้อ
มะไหร่จะจบๆไปซักทีเนี่ย ทำไมต้องทำให้เราลำบากใจอยู่เรื่อย
จากนั้นก้อมาถึงพันทิพย์
เราก้อไปที่ร้านร้านนึง  ให้เค้าดูcase แล้วรอทางร้านโทรหลับ
แล้วพวกเราก้อเดินเล่น ดูนั่นดูนี่ไปเรื่อยๆ
แต่เนื่องจากเดินทางไกลท่ามกลางแสงแดดอันร้อนระอุ นับกิโลเพ่อไปกินอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก
ทำให้พวกเราหมดเรี่ยวแรงขา เลยต้องไปหาที่นั่งพักกัน
ทันใดนั้นเอง ทางร้านก้อโทรกลับ  พวกเราก้อเลยกลับไปที่ร้าน
แล้วร้านก้อบอกอารายก้อไม่รู้ ไม่ได้ฟังหรอก ให้เจ้าของเค้าฟังดีก่า
ที่พอจำความได้ ใบพัดหัก แล้ว คุณกะหล่ำได้เอาก้อตเทปแปะแผลมาแปะใบพัดไว้ แล้วมันจะหมุนได้ไงหล่ะคุณ--"
จากนั้นก้อให้ร้านเปลี่ยนไรให้ก้อไม่รู้แหล่ะ  จากนั้นก้อเดินทาง
เฮ้อ เดินทางอีกแล้ว  ถึงจะเหนื่อย แต่ก้อสนุกดี
เดินจากพันทิพมาสถานีbts ราชดำริ
ที่เด็ดกว่านั้น ได้เห็นคุณมะปราง แฟนสาวของคุณแพนด้วย น่ารักดี
แต่ที่น่าสงสารก้อคงเปนคุณแพน ไม่ได้เจอกันสามอาทิตแล้วมาเจอกันอีกที แว๊บเดียว  เหนแล้วสงสารแทน
จากนั้นก้อนั่งรถไฟฟ้า  ยานพาหนะคันที่5ของพวกเราในวันนี้ มายังจตุจักร
นี่ถ้าไม่มืดก้อคงเดินเล่นกันต่อแล้วหล่ะจากนั้นก้อแวะวื้อขนม ยามาซากิไปฝากคุณวี เมทเราเอง 
แล้วก้อนั่งรถต้NGV พากฃหนะคันที่6 กลับมา ธรรมศาสตร์ โอ้โห กว่าจะถึง
จบแล้วหล่ะ tripการเดินทางรอบนี้
 
PS 1 แม้ว่าจะเหนื่อยจะร้อน แต่ก้อสนุกดีนะ ถ้าได้ไปไหนมาไหนกะเพื่อนๆอย่างพวกคุณหน่ะ
PS 2 เรารักCarrot Fanclub ทุกคนเลย
 
 
 
 
 
9月8日

ข้อเสีย

ราศีเมษ (21 มี.ค. - 20 เม.ย.)
          แม้จะเป็นชาวราศีที่น่าตื่นเต้น
ชวนสนใจกว่าใคร แต่ก็ใจร้อน ใจเร็ว ไม่อดทน
อยู่สงบๆ ไม่เป็น สะเพร่า บุ่มบ่าม เจ้าโทโส
เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางโลก หัวดื้อ กระล่อน
 ชอบบงการและมีตัณหาราคะ
 
ราศีพฤษภ (21 เม.ย. - 21 พ.ค.)
          ข้อเด่น คือเป็นคนหน้าตาดีเอามากๆ
แต่ก็ดื้อหัวชนฝาทีเดียวเชียว นิยมวัตถุ ขี้อิจฉา
เจ้าคิดเจ้าแค้น ชอบทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของตามใจตัวเอง
 ดันทุรัง ชอบโต้แย้งเป็นที่สุด
ราศีเมถุน (22 พ.ค. - 21 มิ.ย.)
          ถึงจะเป็นคนที่สนุกสนานรื่นเริงเป็นสองเท่าเมื่อคบหา
 แต่ส่วนเสียประจำราศีนี้ก็คือ เหลาะแหละ โลเล ขี้เบื่อ
กวนประสาทอยู่ไม่สุข ช่างกังวลและเครียดง่าย
ชอบสอดรู้สอดเห็น ชอบยักย้ายเปลี่ยนแปลง
 และมักพาลหาเรื่องทะเลาะวิวาท
ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. - 23 ก.ค.)
          เป็นชาวราศีที่น่ารักมีน้ำใจกว่าใครอื่น
 ทว่าข้อเสียคือ ชอบผัดวันประกันพรุ่ง ขี้ระแวง
นึกถึงแต่ตัวเอง หงุดหงิดง่าย ทำอะไรไม่เรียบร้อย
 อยากได้โน่นนี่ ไม่ตรงไปตรงมา ขุ่นใจเป็นประจำ
 หวั่นไหวง่าย ถ้าเป็นหญิงก็มักน้ำตาหยดบ่อย
เพราะอารมณ์กระฉูดอยู่เสมอ
ราศีสิงห์ (24 ก.ค. - 23 ส.ค.)
          ชาวสิงห์เกิดมาเป็นนักปกครอง
จึงมักหยิ่งยโสโอหัง เชื่อมั่นตัวเองจนล้นเกิน
 มีความทะเยอทะยานสูง ชอบคุยโว ชอบวางมาด
 ขี้อิจฉา เจ้าทิฏฐิ เจ้าเล่ห์ ชอบควบคุม อวดดี
ชอบก้าวก่ายแทรกแซง
และครบเครื่องเรื่องตัณหาทั้ง โลภะ ราคะ โทสะ และโมหะวบ
ราศีกันย์ (24 ส.ค. - 23 ก.ย.)
          เป็นชาวราศีที่สุดเซ็กซี่
 แต่ก็สามารถครองตำแหน่งจอมจู้จี้ จุกจิก
ชอบติ ชอบบ่น เจ้าทุกข์ ช่างวิตกกังวล
โลเล ชอบอวดรู้ ชอบโต้แย้ง และ...อาจสำส่อน
ราศีตุล (24 ก.ย. - 23 ต.ค.)
          ชาวราศีนี้สุดฟู่ฟ่าก็จริง หากชอบหนีปัญหา
ไม่ยอมตัดสินใจไม่ว่าเรื่องอะไร ชอบนินทา
เป็นนักยักย้ายเปลี่ยนแปลง ถูกชักจูงง่าย ถูกหลอกก็ง่าย
 เจ้าชู้ เอาแต่ใจตัวเอง ทนการวิจารณ์ติติงไม่ได้เลย
ราศีพิจิก (24 ต.ค. - 22 พ.ย.)
          มีลับลมคมนัย คิดมาก ขี้หงุดหงิด
อารมณ์แปรปรวนง่ายและรุนแรง เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
 ดื้อรั้น ขี้โมโห ขี้อิจฉา ชอบเรียกร้องคนอื่น
 
 เจ้าคิดเจ้าแค้น แล้วก็เป็นอีกราศีที่บริบูรณ์ด้วยตัณหานานา
ราศีธนู (23 พ.ย. - 21 ธ.ค.)
          เป็นพวกมองโลกในแง่ดีอย่างหลับหูหลับตา
 อยู่นิ่งไม่ได้ ไม่มีไหวพริบ ชอบเป็นเผด็จการ
ไม่ยอมใคร เชื่อมั่นตนเองจนล้นเกิน ชอบเรียกร้องคนอื่น
 ทื่อมะลื่อ ขวานผ่าซาก ชอบอยู่ตามลำพัง ไม่สนใจใคร
และไม่รับผิดชอบ แต่น่าแปลกที่ใครๆ กลับมารุมตอมชาวราศีนี้กัน
ราศีมังกร (22 ธ.ค. - 20 ม.ค.)
          เอาใจยาก ช่างติ ขี้ระแวง ทะเยอทะยานสูง
หัวรั้น เข้มงวด ช่างวิตกกังวล มักเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ
ชอบไต่เต้าแสวงหาตำแหน่งหรือสถานภาพสูงๆ ไม่เคยพึงพอใจอะไรเลย
ราศีกุมภ์ (21 ม.ค. - 19 ก.พ.)
          ชาวราศีนี้แม้ดูสมบูรณ์แบบไปหมด
แต่เป็นพวกไร้อารมณ์ ไม่มีไหวพริบ ชอบมีความลับ
 เย็นชา ไม่อ่อนไหว ดันทุรัง ไม่ชอบสุงสิงกับใคร
ต่อต้านสังคม เดาใจยาก มักมีอะไรประหลาดๆ หรือ ทำอะไรพิลึกพิลั่น
ราศีมีน (20 ก.พ. - 20 มี.ค.)
          นี่ก็เป็นอีกราศีที่ชอบหลบเลี่ยงปัญหา
ชอบมีลับลมคมใน และทำตัวเป็นปริศนา ใจลอยเป็นที่หนึ่ง
 จะพูดจะทำอะไรก็คลุมๆ เครือๆ ไม่ชัดเจน ขี้เกียจหลุดโลก
 ลังเล อ่อนไหวเกินเหตุ ถูกหลอกหรือถูกชักจูงไปในทางที่ไม่ถูกไม่ควรได้ง่าย
เพราะอย่างนี้หรือเปล่าไม่รู้
 
 
9月1日

male & female

แร่ธาตุชื่อ MAN

ชื่อธาตุ : MAN
สูตรทางเคมี : MA+N
ผู้ค้นพบ : WOMAN
ลักษณะทั่วไป : ความยาว 170 ซม. แต่อาจแปรเปลี่ยนได้จาก 150 - 200 ซม. แล้วแต่ว่าพบในภาคใด

คุณสมบัติทางพันธุศาสตร์
1. เจริญเติบโตได้ดีในนิโคตินและแอลกอฮอล์
2. ชอบความรุนแรง
3. ตามธรรมชาติ มีกลิ่นเหม็น
4. เฉาง่าย หากไม่ได้รับการเอาอกเอาใจ
5. อยู่ไม่เป็นที่ ชอบอยู่ตามที่ต่างๆ หาตัวยาก
6. แปรเปลี่ยนไปได้หลายสปีชี แล้วแต่สถานการณ์
7. การตอบสนองช้า ทนต่อการเสียดสี ได้ดี

คุณสมบัติทางเคมี
1. มีสารประกอบใช้ทำยาระบาย และ ยาเบื่อ ได้ดี
2. ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับสิ่งสวยงามที่ผ่านหน้า
3. เปลี่ยนได้หลายสี ตามแต่ถิ่นที่อยู่อาศัย
4. มีคุณสมบัติเปลี่ยนรูปทรงได้เมื่อพบตระ**ลใกล้เคียง

การทดสอบ
1. เมื่อตัดเนื้อเยื่อมาวิเคราะห์ พบว่าส่วนหน้ามีความหนา มากกว่าส่วนอื่นๆ
2. เมื่อสุ่มตัวอย่างทดลองเลี้ยงพบว่า ชอบเกาะยึดเป็นปราสิต มากกว่าเจริญเติบโตด้วยตัวเอง

ประโยชน์
1. ในสายพันธ์ที่ดี หากนำมาไว้ในบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ร่ำรวยเงินทอง แต่ไม่ค่อยพบในประเทศไทย
2. เป็นเพื่อนเล่นยามเหงา
3. เป็นยามเฝ้าบ้านที่ดี เอาไว้ป้องกันตัวก็ได้
4. เป็นพาหนะใช้แบกขนสัมภาระได้ ยามชอปปิ้ง

ข้อควรระวัง
1. ควรเลี้ยงด้วยความระมัดระวัง มิฉะนั้นอาจออกนอกลู่นอกทาง
2. ไม่ควรให้อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เพราะจะยิ่งช่วยเร่งคุณสมบัติทางพันธุศาสตร์

ชื่อธาตุ : WOMAN
สูตรทางเคมี : WO+MA+N
ผู้ค้นพบ : MAN
มวลอะตอม : มาตรฐาน 50 Kg แต่อาจแปรเปลี่ยนได้จาก 40-80 Kg
ลักษณะทั่วไป : คล้ายกันหมดหากอยู่ในเขตเมือง

คุณสมบัติทางฟิสิกส์
1. พื้นผิวส่วนใหญ่เคลือบด้วยสารหอมระเหย และน้ำมันบำรุงผิว
2. เดือดที่อุณหภูมิต่างๆเอาแน่ไม่ได้
3. ถึงจุดเยือกแข็งทันทีทันใดโดยไม่รู้สาเหตุ และอาจอยู่ที่จุดเยือกแข็งได้เป็นอาทิตย์
4. หลอมละลายหากได้รับการเอาอกเอาใจถูกวิธี
5. มีรสเผ็ดและขมถ้าใช้ผิดวิธี
6. แปรเปลี่ยนได้หลายสถานะตั้งแต่แข็งเป็นหินจนถึงอ่อนเป็นขี้ผึ้ง ลนไฟ
7. ไม่ทนต่อการเสียดสี กระแทกกระทั้น

คุณสมบัติทางเคมี
1. บ้างมีฤทธิ์เป็นกรด บ้างหวานกว่าน้ำตาล บ้างเปรี้ยวกว่ามะนาว บ้างเปรี้ยวอมหวาน
2. ทำปฏิกิริยาอย่างรวดเร็วกับเพชร พลอย ทับทิม ทอง ดอกไม้ และสิ่งสวยงามทุกชนิด
3. ดูดซึมข่าวสารรอบตัวได้มากมายมหาศาล และคายข้อมูลข่าวสารได้รอบทิศทาง
4. อาจระเบิดได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผลและอาการเตือนล่วงหน้ า
5. มีคุณสมบัติละลายเงินในกระเป๋าเมื่อเดินผ่านห้างสรรพสินค้า
6. เข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับผลไม้รสเปรี้ยว ผัก สลัด และไม่เข้ากับไขมันทุกประเภท

ผลการทดลอง
1. วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูเมื่อถูกสัมผัสอย่างถูกที่
2. วัตถุตัวอย่างจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเมื่อมีวัตถุตัวอย่างที่สวยก ว่าวางอยู่ใกล้
3. วัตถุตัวอย่างจะส่งเสียงไม่หยุดเมื่ออยู่รวมกันเป็นกลุ่ม

ประโยชน์
1. แบกโลกไว้ครึ่งหนึ่ง
2. ดำรงเผ่าพันธุ์มนุษย์
3. ทำให้โลกสดใส
4. สร้างความอ่อนโยนให้เกิดในสังคมมนุษย์

ข้อควรระวัง
1. สัมผัสด้วยความประณีตและให้เกียรติ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตราย
2. ครอบครองได้เพียงชิ้นเดียว ใครฝ่าฝืนจะเกิดอาการ สามเส้าดีซีส ทำให้ทุรนทุราย
3. ระวังของปลอมซึ่งขณะนี้ได้ระบาดอยู่ทุกพื้นที่
8月27日

ขอบคุณผู้สนับสนุนหลักอย่างเปนทางการ

ขอบคุณไหล่ของ วี พี่อ๊าท ปาล์ม นัด ที่คอยซับน้ำตา
ขอบคุณอ้อมกอดของเมเจอร์ กิ๊ฟ แจง เปีย วี ปาล์ม ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น
ขอบคุณคำพูดดีๆของ นัด ปาม วี กิ๊ฟ แจง อินทัช เอ็ม ต้น ชาวแครอทแฟนคลับ  พี่กวงและสมาคมพี่ๆ กน. ที่ทำห้รู้สึกดีขึ้น
ขอบคุณน้องแน๊ก น้องชายที่แสนน่ารักที่คอยวาดรูปให้และซึมซับปัญหาของเราที่สุด
ขอบคุณกระดาษทิชชู่ของป้านุ้ยและจ่าแบ้ง ที่คอยซับน้ำตา
ขอบคุณขนมขี้ คุกกี้ ทาโร่ บ๊ะจ่าง ของพี่กวง
ขอบคุณโอ๊ต(พี่เทค) ที่สอนภาษาซีให้ แต่แทบจะไม่มีผลในการสอบ
ขอบคุณอินเตอร์เนตที่ทำให้เราไม่เครียดมากไปกว่านี้
ขอบคุณการบ้านของแอร์ ทราย น้ำปิง ที่ทำให้เรามีลอกส่ง
ขอบคุณกระดาษทิชชู่และผ้าเช็ดหน้าที่เปนตัวซับน้ำตาอย่างดี
ขอบคุณเสือ(พี่ก้อ)ที่ช่วยสอนสถิติให้ แต่ก้อช่วยไม่ได้ตอนสอบ
ขอบคุณเซอกิตที่พี่ตุ๋นสอนให้
ขอบคุณเนื้อหาแคลบางตอนที่ไปยืมมาจากพี่แว๊ท
ขอบคุณเอ PRC ที่รับฟังปัญหาของเราแม้ว่าเอจะมีสอบ
ขอบคุณนัตตี้ พี่เลี้ยงส่วนตัวที่คอยรับฟังเรื่องราวของเรา
ขอบคุณเป้ (ลีดมหิดล) อาจารย์สอนภาษาซีส่วนตัว นายสอนเราแค่ไหน เราก้อได้แค่นั้นหว่ะ
ขอบคุณบิ๊กชินจังที่ช่วยสอนภาษาซีก่อนขึ้นไปสอบ
ขอบคุณพีทที่เปนpartnerlab ช่วยชี้แนะหลังคะแนนออก
ขอบคุณท่านพ่อที่มารอรับลูกสาวคนนี้ดึก
ขอคุณอาหารเสริมอารายก้อไม่รู้จากท่านแม่
ขอบคุณคำแนะนำดีๆ+คำปลอบใจจากท่านแม่
 
 
--- เอาหล่ะ รู้สึกว่าตัวเองดีขึ้นระ ไม่ต้องห่วงนะ ขอบคุณทุกคน---
 
 
 
 
 
8月25日

ชีวิตสุดแสนย่ำแย่

 
ทำไมช่วงนี้มานดูแย่ถึงแย่ที่สุดน๊า
ก้อว่าตั้งใจแล้ว
จากที่1ภาคไฟ
หล่นฮวบมาเป็นที่โหล่ภาคไฟ ภายในพริบตา
ยังกะว่าตกตึกลงมาตุ๊บเดียวมิดดิน
ก้อว่าจะไม่เครียด ไม่เครียด
สุดท้ายก้อทำใจไม่ได้
ข้อสอบก้อทำได้นะเฟ่ย
แต่แม่ง
มายคะแนนออกมา
ห่วย
งี้ฟะ
เสียใจที่สุดในโลกแล้วเนี่ย
 
8月20日

Don't Make Me Cry

แต่ความรู้สึก

ก้อยัง

ยังเหมือนเดิม

ต่อให้ทุกอย่าง

ทุกอย่าง

จะเปลี่ยนไป

ทำไมต้องเสียน้ำตา

 อย่างง่ายดายให้กับเรื่องเดิมๆ

 รู้สึก

ไม่เข้าใจตัวเองซักที

บางทีไม่รู้ทำไม

 ต้องเปนคนที่อ่อนไหวทุกที

 ร้องไห้

กับเรื่องเดิมๆอย่างนี้

8月17日

สีๆๆๆๆๆ

ชอบสีชมพู ส่วนใหญ่จะเป็นคุณสาว ๆ ที่ชอบสีนี้ จะเป็นพวกเอาแต่ใจตัวเอง เห็นแก่ตัวและกลัวความแก่ เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง อวดดีและทะนงตัวเอง ชอบแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง ทั้งทางคำพูดและการกระทำ

แต่ถ้าไม่ชอบชมพู แสดงว่า คุณไม่ได้เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มองทุกอย่างด้วยใจเป็นธรรม ไม่ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ มีความมานะพยายามแต่ออกจะเจ้าระเบียบสักหน่อย และไม่ชอบทำร้ายจิตใจของใคร
 
ชอบสีดำ เป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรี ไม่ก้มหัวให้ใคร อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย แต่ถ้าวันหนึ่งคุณเกิดพลาดก็ไม่ชอบให้ใครมาแสดงความรู้สึกสงสารเห็นใจ มีเหตุ มีผลมากพอสมควร
แต่ถ้าไม่ชอบสีดำ ก็จะเป็นคนที่ ง่าย ๆ สบาย ๆ  มีศักดิ์ศรีเหมือนกันแต่ก็พร้อมจะยอมลดหากเห็นว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง คุณไม่ได้มองว่าเป็นการเสียหน้าแต่ประการใด

 
ชอบสีม่วง ใครอยู่ใกล้คุณจะรู้สึกอบอุ่นเพราะคุณเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เป็น ผู้นำที่ดีแต่บ่อยครั้งก็เป็นผู้ตามได้ ไม่ชอบจริงจังกับชีวิต  ทำให้บางครั้งรับความจริงไม่ได้ คุณจะชิ่งหนีหากต้องเผชิญกับความจริงในทางลบ
แต่ถ้าไม่ปลื้มสีม่วงเลย  แสดงว่าเป็นคนที่เชื่อคนง่าย ไม่กลั่นกรองก่อนบางครั้งอาจถูกหลอกได้ง่าย 

 
ชอบสีเทา จะเป็นคนรักสันโดษ ไม่หวั่น  ไม่กลัว กล้าเผชิญไม่ว่าตัวเองจะต้องไปตกระกำลำบากที่ไหน เพราะคุ้นชินกับสภาพแบบนี้อยู่แล้ว
แต่ถ้าไม่ชอบ สีเทา แสดงว่าเป็นคนที่มีความมุมานะพยายามมาก หากต้องการสิ่งไหนก็จะต้องตะเกียกตะกายไขว่คว้ามาให้ได้
 
ชอบสีน้ำเงิน จะเป็นคนควบคุมสถานการณ์ได้ดี ไม่ว่าจะตกอยู่ในสภาวะเลวร้ายแค่ไหน หรือรู้ว่า จะต้องตกอยู่ในความผิดหวัง มองโลกบนพื้นฐานของความเป็นจริง แต่ถ้าไม่ชอบสีนี้ จะเป็นพวกไม้หลักปักขี้เลน หาแก่นสารสาระอะไรไม่ได้ ไม่เหมาะจะเป็นผู้นำเลย
 
ชอบสีโศก จะเป็นคนที่มีความสามารถในการเลือกสรร มีหัวด้านการตบแต่งในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแต่งกาย แต่งบ้าน หรือแต่งรถ มีรสนิยมเป็นเลิศ
แต่ถ้าไม่ชอบสีโศก จะเป็นคนที่ขาดเหตุผล  ถูกชักจูงและถูกปั่นหัวได้ง่าย

 
ชอบสีเขียว เป็นคนตรงไม่ชอบซ่อนเร้นหรือปิดบัง ไม่เจ้าทิฐิ ไม่หยิ่ง ไม่จองหอง และไม่ทะนงตัว 
แต่ถ้าไม่ปลื้มสีเขียว แสดงว่าคุณอยากประกาศก้องให้โลกรู้ว่า คุณไม่ชอบถูกใครทำร้ายจิตใจ โดยเฉพาะคนที่อยู่รอบข้าง

 
ชอบสีส้ม จะชอบพบปะผู้คนและต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วยความยินดี ถึงแม้เค้าจะไม่เข้ามาคุณก็ชอบที่จะเข้าไปทำความรู้จักเค้าก่อน
แต่ถ้าเมินสีส้ม แสดงว่าเป็นคนค่อนข้างซีเรียส ไม่มีอารมณ์สนุกสนาน และไม่ชอบทำชีวิตให้สนุกสนานเหมือนคนอื่น
 
ชอบสีเหลือง จะเป็นคนชอบทำโน่นทำนี่ตลอดเวลา ชอบช่วยเหลือคนอื่นที่มาเอ่ยปากร้องขอ
แต่ถ้าไม่ชอบสีเหลือง แสดงว่าเป็นคนที่ต้องการความรักที่มั่นคงและซื่อสัตย์
   
 
ชอบสีน้ำตาล คุณได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่ดีและมีเพื่อนมาก เป็นนักเตรียมการที่ดีและมีความสามารถด้านการขีด ๆ เขียน ๆ ชอบแสดงออกถึงความสามารถของตัวเอง
แต่ถ้าไม่สนสีนี้ แสดงว่าเป็นคนชอบโชว์ความสามารถเหมือนกัน และท้าทายกับงานใหญ่ ๆ หนัก ๆ เกินตัว
 
แต่ถ้าชอบสีแดง จะชอบการเริ่มต้นใหม่ ๆ แม้คุณจะไม่รู้ว่าลงเอยแล้วจะดีหรือไม่ แต่คุณก็ยอมเสี่ยง
แต่ไม่โปรดสีแดง แสดงว่าเป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่  ชอบยอมแพ้โดยไม่คิดจะต่อสู้.

7月31日

so serious

โอ๊ย เครียดหว่ะ มายต้องแข่งกันด้วยวะ
7月26日

เสียใจ

เสียใจอ่ะ ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย
 
 
ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด
และฉันจะอดทนแม้แทบขาดใจ
ไม่อาจจะหลีกหนีความจริงที่มันโหดร้าย จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง จะอยู่เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวด
จะฝืนเดินต่อไปแม้ไร้เรี่ยวแรง
และคงมีที่ซักวันนึงฉันจะเข้มแข็ง
ถึงแม้ไม่รู้ต้องเหนื่อยซักเท่าไร
7月21日

ผล ละ ไม้

แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเปกตินในแอปเปิ้ลจะช่วยนำสารพิษไปกำจัดทิ้ง ทั้งยังป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้เกิดการบูดเน่า แอปเปิ้ลยังมีเส้นใยมาก ซึ่งมันจะทำหน้าที่เป็นไม้กวาด ทำความสะอาดลำไส้ ช่วยให้ตับและระบบย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น กระตุ้นน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีวิตามินและเกลือแร่


องุ่น เป็นสารฟอกล้างสำหรับผิวหนัง ตับ ลำไส้ และไตโดยเฉพาะ เนื่องจากองุ่นมีคุณสมบัติรักษาน้ำมูกที่จะออกมาจากเยื่อเมือกต่างๆ ในร่างกาย องุ่นยังให้พลังงานสูงและนำไปใช้ได้ง่าย เกลือแร่อุดม ดังนั้นจึงช่วยบำรุงเลือดและซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย


สับปะรด มีเอนไซม์โปรเมลินสูง เอนไซม์ตัวนี้จะช่วยการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะ และช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้น เชื่อกันว่าสับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยในการซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ที่สึกหรอ ช่วยการทำงานของต่อมไร้ท่อ และช่วยกำจัดน้ำมูก


มะละกอและมะม่วง มะละกอและมะม่วงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มะม่วงมีสารสำคัญน้อยกว่ามะละกอเล็กน้อย ผลไม้ทั้งสองชนิดมีเอนไซม์ชื่อปาเปน ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกับน้ำย่อยเปปซินในกระเพาะอาหาร ดังนั้นมันจึงช่วยทำให้ของเสียที่เป็นโปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับโปรเมลิน ทั้งมะละกอและมะม่วงดีสำหรับทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร เชื่อกันว่ามะละกอยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้อีกด้วย


แตงโม แตงโมมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ดังนั้นจึงช่วยฟอกล้างร่างกายได้เป็นอย่างดี ใช้รักษาแผลในกระเพาะ ลดความดันเลือดสูง ทำให้สบายท้อง น้ำคั้นจากเปลือกของแตงโมและเมล็ด หากดื่มก่อนกินเนื้อแตงโมในมื้ออาหารสักครึ่งชั่วโมงจะทำให้คุณได้ประโยชน์สูงสุด เนื่องจากเปลือกของมันอุดมด้วยคลอโรฟิลล์ และเมล็ดอุดมด้วยวิตามิน